นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย เมื่อคืนดิฉันฝันว่ามีผู้หญิงตัวสูงมาก ประมาณ 200 กว่าเซนติเมตร
ผมดำยาวเกือบถึงพื้น ตาโตหลุน ปากกว้างเกือบถึงหู ตามดิฉันไปทุกที่        บาคาร่า
ระหว่างฝันก็ตื่นขึ้นมาเปลี่ยนท่านอนเรื่อยๆ แต่พอหลับก็ฝันต่อจากเดิมทุกครั้ง

แปลกตรงที่ดิฉันรู้สึกกลัวกึ่งนึง แล้วก็รู้สึกคุ้นเคยไปด้วยกึ่งนึง ( เหมือนเคยอยู่ด้วยกันนานแล้ว )
สุดท้ายพอดิฉันทนไม่ไหว ดิฉันก็นึกถึงเจ้าที่ แล้วภาพทั้งหมดดับไปเลย
แล้วมีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นมาเหมือนคุยกับใครอยู่ แต่ได้ยินเสียงผู้หญิงแค่คนเดียว

เขาพูดว่า “มันเป็นคนเรียกกุมาเอง มันพูดว่า “จะมารับไหม”
พอไปหามัน มันก็พูดว่า “มาแล้วเหรอ เหนื่อยไหม”
แล้วดิฉันก็ตื่นขึ้นมาเอง แล้วนั่งอึ้งอยู่นานมาก เพราะคำพูดที่ผู้หญิงคนนั้นพูด

คือตอนที่ดิฉันโทรให้คนมารับ แล้วพอเขามารับ
ดิฉันก็ถามคนที่มารับไปว่า “มาแล้วเหรอ เหนื่อยไหม”
คือ..การบอกให้คนมารับโดยไม่ขานชื่อคนมารับเนี่ย
เพิ่งรู้ว่าผีจะตามมาได้ด้วย ตอนนี้ก็ยังอึ้งอยู่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อราว 15 ปีก่อน ที่บ้านของผมเอง วันนั้นผมอยู่บ้านคนเดียว
จึงเปิดทีวีแล้วตั้งปิดไว้ น่าจะหลับคาทีวีไปราวช่วงห้าทุ่มผมนอนบนโซฟาแบบเข้ามุม
รู้สึกตัวมาอีกทีช่วงราวตี3 ตี4 เพราะมีความรู้สึกเย็นวาบบบบบ ขนลุกทั้งตัวมาที่หลัง
คือในหัวตอนนั้นรู้สึกได้ว่ามีผู้ชายแก่ๆ นั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟา
ด้วยความที่ตอนนั้นเป็นคนไม่ค่อยกลัวผี จึงทักไปว่า “สวัสดี” ทันใดนั้นเองงง
“สวัสดี” เป็นเสียงที่มาจากอีกฝากของโซฟาเสียงผู้ชายแก่ๆ เสียงทุ้มๆ
“เอาแล้วสิวะกู” ผมอุทานขึ้นในใจ บาคาร่า 

ตอนนั้นใจเต้นระรัวมากกกก จนคิดว่ามันจะทะลุออกมาแล้ว ตุ๊บๆๆๆๆๆๆ
สิ่งแรกที่คนเจอผีต้องทำคือสวดมนต์ ผมนึกขึ้นได้จึงสวด นะโม3จบ
แต่! ผีมันก็สวดได้เหมือนผม
“เอาไงละที่นี้กู นะโมไม่ผล อิติปิโสแล้วกันวะ อิติปิโสภควา ปุญญะเขตตังโลกาสาติ”
ท่องอิติปิโสจนจบคิดว่าผีมันจะไปที่ไหนได้
“อิติปิโสภควา ปุญญะเขตตังโลกาสาติ” เป็นเสียงที่ดังมาจากอีกฟากของโซฟา
ซวยแล้วสิกูผีท่องอิติปิโสได้! ช่วงเวลานั้นก็นึกถึงฝันเมื่อเดือนก่อนที่ฝันว่า
พระมาให้คาถาชินะบัญชร ซึ่งผมก็ลองฝึกท่องได้ท่อนหนึ่งจึงท่องไป
“ชะยาสะนากะตา เยปิวิงสุนะราสะภา” ผมท่องได้แค่นี้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ
เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือผีท่องจบบท แต่ตูท่องได้แค่วรรคเดียว
สุดท้ายสิ่งที่ทำได้คือทำสมาธิ หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโท ทำสมาธิ
จนเวลาผ่านไปน่าจะราวครึ่ง ชม. ก็เกิดสิ่งที่ผมกลัวที่สุดในชีวิต
จากที่เคยคิดว่าผีทำได้แค่หลอก วันนี้มันไม่ใช่แล้ว

หลังจากผมทำสมาธิไปแล้ว ผ่านไปสักพัก ผมยังรู้สึกได้ว่าผียังอยู่
และเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นกับตัวผม อยู่ดีๆผมก็รู้สึกเหมือนจิต
กำลังจะออกจากร่างผม พอหายใจเข้าพุทธ ก็เหมือนดึงจิตกลับมา
หายใจออกโท เหมือนจิตกำลังจะออกไปครึ่งร่างพอหายใจเข้าก็กลับมาใหม่
ในใจตอนนั้นคิดว่าเอาแล้วสิกู วิญญาณกุจะออกจากร่างเหรอ กุจะตายไหม กุจะทำไงดี
กุจะตายหรอๆๆๆ มีแต่คำนี้วนเข้ามาในหัวเป็นร้อยๆครั้งระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผมยื้อจิตเข้าออกมาแบบนี้ราวครึ่ง ชม. จนเพลียหลับไป รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจนเกือบฟ้าสาง
แต่ๆๆมันมาอีกแล้ว ผมต้องภาวนาต่อเพื่อดึงจิตไว้
และสุดท้ายสิ่งที่ช่วยชีวิตผมไว้คือพระอาทิตย์แสงสว่างส่องผ่านกระจก
ผมจึงกลั้นใจวิ่งไปที่ประตูบ้านแล้วเปิดออกไปทันที โดยไม่หันไปมองอีกด้านของโซฟา
กุรอดแล้วโว้ยยยย ดีใจที่สุดที่ตัวเองไม่ตายไม่เป็นอะไร โล่งอกแบบสุดยอดมาก

แต่บ้านก็คือบ้านยังไงก็ต้องนอนที่นี้อยู่ดี ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมนอนเปิดไฟตลอด
ผมนอนป่านอนดงได้ บางทีก็ไปนอนเพิงในไร่คนเดียวบ่อยๆ แต่นอนบ้านนี้
ขอใครอย่ามาปิดไฟตู แต่ผมรู้สึกได้ว่าเค้ายังไม่ไปไหน เค้าจะมาเรียกผมว่า “ไอ้ดำ”
เป็นน้ำเสียงแบบดุดันมาก เวลากึ่งหลับกึ่งตื่น ปีละหนสองหน แต่เรียกแล้วก็จบแค่นั่น
ไม่น่ากลัวเหมือนครั้งแรก ประสบการณ์ครั้งนี้บอกผมว่า ผีทำได้มากกว่าแค่หลอก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ผีหอพักในเครือมหาลัย

ผีหอพักในเครือมหาลัย

ผีหอพักในเครือมหาลัย

ผีหอพักในเครือมหาลัย เมื่อก่อนมหาลัยจะบังคับให้นักศึกษาปี 1 อยู่หอในเครือกันช่วงที่เขาหาหอพัก
เรามัวแต่ไปเที่ยวอยู่ต่างจังหวัด พอใกล้จะเปิดเทอมก็เริ่มหาหอกันไปมาทุกหอก็เต็มหมด
จนแม่โทรไปหอๆนึงเขาบอกว่ามีห้องว่างห้องนึงพอดี เราก็เลยเข้าไปดูกับแม่
โดยรวมหอไม่เก่าเลยน่าอยู่มาก ในหอจะมีอยู่ 3อาคารคืออาคารแรกจะมีชั้นเดียว
อาคาร2 จะมีสองชั้น 3จะเป็นบ้านเล็กๆแยกอยู่ข้างหลัง เราได้อาคารแรกค่ะเป็นห้อง301
ตอนที่ไปดูที่โดยรวมห้องใหม่ค่ะ คือห้องที่ได้เป็นสีชมพูเขียว
ฟากนึงเป็นสีชมพูเหมือนพึ่งทาใหม่ๆ จะมีห้องน้ำแยกอยู่ด้านหลังถ้าจะเข้าห้องน้ำ
ก็ต้องออกไปตรงระเบียงหลังห้องก่อน เราแปลกๆตอนที่ดูใหม่ๆคือ บาคาร่า

หน้าห้องมียันต์คล้องตรงหมายเลขห้องไว้ แต่ป้าเจ้าของหอแกบอกว่าไม่มีอะไรแค่เด็กคนเก่า
เขาเอามาคล้องไว้เฉยๆ เราก็สบายใจอยู่มาได้เกือบ2เดือน ป้าแกก็เซ้งหอต่อ
เจ้าของคนใหม่ตอนนั้นเข้ามาก็เริ่มปรับปรุงหอทำศาลเจ้าที่ใหม่ ก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆขึ้นบ้าง
เช่นห้องข้างๆก็ประตูห้องล็อคเองทั้งๆที่ไม่มีกุญแจล็อคกลอนประตู เพราะถ้าจะล็อคห้อง
ต้องเอาแม่กุญแจคล้องข้างนอกเอา ส่วนที่เราเจอคือไฟห้องน้ำจะชอบติดๆดับๆ
ตลอดตอนกลางคืนทั้งที่ตอนกลางวันไม่เป็นอะไรเลย ให้ช่างมาเช็คเขาก็บอกปกติดี

เราก็อยู่ไปจนมีคืนนึงเรากำลังหลับๆตื่นๆ ก็มีความรู้สึกเหมือนมีคนมาขยำนมและดึงขา
ก็สลึมสลือแต่ลืมตาไม่ได้ เราจะมีพระที่แม่ให้ไว้อยู่ตรงใต้หมอนเราก็พยายามควานหา
พระใต้หมอนจนเจอพอขยับตัวได้ เรากำลังจะหันหน้าเข้ากำแพงก็เห็นเต็มตา
ว่ามีผู้ชายตัวผอมๆดำๆ นั่งกอดเข่าข้างหัวเราอยู่ ตอนนั้นสติหลุดมากลุกขึ้นมาเปิดไฟห้อง
แล้วโทรบอกเพื่อนให้มาหาก็นั่งอยู่กับเพื่อนจนเช้า

เราตัดสินใจไปอยู่หอเพื่อนประมาณเดือนนึง ก็กลับมาบ้างบางวันที่จะมาเอาเสื้อผ้าที่ห้อง
วันนั้นเราเข้าไปตอนค่ำกับเพื่อน 2คนตอนกำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่เรากับเพื่อนได้ยินเสียง
คนเปิดน้ำฝักบัวในห้องน้ำเราชัดมาก เลยพากันรีบออกมา วันที่เราตัดสินใจจะย้ายหอ
เราก็บอกป้าเขาว่าจะไปขนของออก ตอนที่เก็บเสื้อผ้าอะไรเสร็จก็พึ่งมาสังเกตุเห็นว่า
สติ้กเกอร์ดอกไม้มันหลุดออกตรงฟากที่ทาสีชมพูตรงข้างเตียงเรา ใต้สติ้กเกอร์มีรอยมือคน
เหมือนไต่ลงมาจากฝ้าเพดานเป็นรอยรางๆแต่โดนสีทาทับไว้จนมองไม่ค่อยเห็น
แม่เราบอกว่าอาจจะเป็นเพราะศาลเจ้าที่ในหอโดนทุบด้วยเลยมีวิญญาณเร่ร่อนเข้ามาได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

เจอผีเพราะชุดครุย

เจอผีเพราะชุดครุย

เจอผีเพราะชุดครุย

เจอผีเพราะชุดครุย เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว…
ลูกพี่ของเราหรืออิเจ้าของลอกอินสุดเกรียน เขาจะเข้ารับปริญญาค่ะ
ตัวเขาไปเช่าชุดครุยจากร้านๆนึงมา เช่าอย่างเดียว ไม่ใช่เช่าตัด
เพราะฉะนั้น มันอาจเป็นมือ 2 ยันมือ 10 เพราะสถาบันนี้
ไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบชุดครุยมานานแล้ว…

วันซ้อมเขาจะต้องไปซ้อมที่สถาบัน เราไปด้วยเพราะต้องการไปช่วยเขาถือของ
เหตุการณ์ก็ปกติดี ไม่มีอะไร…
ตอนเย็นๆ ยังแอบย่องหลบพี่ยามขึ้นไปดูศาลในห้องน้ำหญิงกันเลยจ้าาา 555
สรุปไม่เจออะไร แต่บรรยากาศหลอนสุดๆ จนกระทั่งขากลับ

ขากลับ พี่เขาแขวนชุดครุยไว้ตรงที่เกี่ยวตรงเบาะหลัง
ชุดครุยก็จะห้อยอยู่ด้านหลังเบาะ ของเขาพอดี (นึกภาพตามนะคะ)
ส่วนตัวเรา นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ก็นั่งไป เม้าท์กันไป
“หล่อน หยิบน้ำให้หน่อย หิวน้ำ”
เราก็หันหลัง เอี้ยวตัวจะไปหยิบขวดน้ำดื่มที่กองไว้ที่พื้น

แต่จังหวะนั้น… ก่อนที่เราจะเอื้อมมือไปหยิบ ขวดน้ำ
ชุดครุยเปล่าๆ ที่ไม่ควรจะมีอะไร เรากลับเห็นใบหน้าผู้หญิงคนนึง
อยู่ในช่องว่างระหว่างชุดครุยตรงกลางอก!!!
ใบหน้าดำคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาสีแดงก่ำ ปากมีเลือดเปรอะเต็มปาก
มีแต่หน้า ไม่มีตัว!! มองเราด้วยสายตาแบบจะกินเลือดกินเนื้อ!!!

เราช็อกจนพูดอะไรไม่ออก เลยรีบคว้าขวดน้ำแล้วส่งให้พี่เขาแบบหลับตา
“พี่.. ข้างหลัง เห็นอะไรไหม?” เราถามเสียงสั่น…

พี่เราชะลอรถ แล้วหันไปดู เขาก็บอกว่า “ไม่เห็นมีอะไร”
แล้วเขาก็ถามเราว่า “เราเห็นอะไร” เราก็ไม่กล้าตอบ เพราะเรากำลังช็อกอยู่
ก็เลยตอบสั้นๆแค่ว่า “เดี๋ยวถึงห้องจะเล่าให้ฟัง”

พอไปถึงห้อง เราสั่งพี่เราเลยว่า
“ห้ามเอาชุดขึ้นมาบนห้องด้วยเด็ดขาด!!! ทิ้งไว้ในรถแบบนั้นแหละ”
พี่เราก็งง แต่เขาก็ทำตามที่เราบอก แล้วเราก็เล่าๆๆ ให้เขาฟัง…
เขาไม่เชื่อเรา เขาคิดว่าเราตาฝาด
เพราะชุดครุยของเขาเป็นสีแดง บั้งที่แขนสองบั้งเป็นสีทอง
เราหันหน้าไปเร็ว ตาอาจปรับสภาพไม่ทันก็ได้ สีชุดกับบั้งเลยผสมปนเปเป็นหลายๆ สี
เราก็… ถ้าตาฝาด ทำไมเราเห็นรายละเอียดของใบหน้าผีนั้น
ชัดเหลือเกิน ชัดระดับ HD เลยนะ

วันรุ่งขึ้น (ถ้าจำไม่ผิด) พี่เราก็เข้าพระราชทานปริญญาบัตร
ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ จะมีก็แต่… พี่เรานั่งหน้าสุด
แต่ดันนั่งหลับน้ำลายยืดต่อหน้าพระพักตร์
เราก็เลยคิดว่า เราคงตาฝาดไปเองอย่างที่พี่เราว่า

แต่เรื่องมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น บาคาร่า
เนื่องจาก พี่เราทำงานแล้ว เขาเลยไม่มีเวลาไปคืน (แต่ตอนยืม ไปยืมได้นะยะ)
เขาเลยใช้ให้เราไปคืนชุดค่ะ เราก็หอบชุดไปที่ร้านนั้น
ในร้าน เป็นร้านเล็กๆ มีเค้าท์เตอร์ยาวๆ ทางด้านซ้าย
ถัดมา เป็นทางเดินแค่คนเดียวเดินผ่าน
ส่วนทางขวาจะเป็นชุดครุยสถาบันนี้แขวนอยู่เต็มไปหมด
คนในร้านมี 4-5 คน มี 2 คนที่กำลังจับชุดใส่พลาสติกใสๆ
อีกคนก็รับไปแขวน ใกล้กันก็มีคนยืนรีดชุดอยู่ ในร้านแลดูวุ่นวายมาก
หลังจากคืนชุด รับเงินมัดจำเสร็จ เราคาใจเลยถามพนักงานที่ยืนตรงเค้าท์เตอร์ว่า
“พี่คะ ชุดครุยชุดนี้ มันมีอะไรหรือเปล่าคะ” ทุกคนในร้านที่กำลังสาละวนกับสิ่งตรงนี้
หยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันที มองหน้ากันเอง แล้วก็หน้าซีดกันหมดเลยค่ะ
“ไม่มีค่ะน้อง ไม่มีๆๆ” พี่ตรงเค้าท์เตอร์ตอบเรา… เหงื่อแตกแล้วค่ะพี่คะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…