About KyleeNunez

Here are my most recent posts

นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย

โทรเรียกคนมารับดันมีผีมาด้วย เมื่อคืนดิฉันฝันว่ามีผู้หญิงตัวสูงมาก ประมาณ 200 กว่าเซนติเมตร
ผมดำยาวเกือบถึงพื้น ตาโตหลุน ปากกว้างเกือบถึงหู ตามดิฉันไปทุกที่        บาคาร่า
ระหว่างฝันก็ตื่นขึ้นมาเปลี่ยนท่านอนเรื่อยๆ แต่พอหลับก็ฝันต่อจากเดิมทุกครั้ง

แปลกตรงที่ดิฉันรู้สึกกลัวกึ่งนึง แล้วก็รู้สึกคุ้นเคยไปด้วยกึ่งนึง ( เหมือนเคยอยู่ด้วยกันนานแล้ว )
สุดท้ายพอดิฉันทนไม่ไหว ดิฉันก็นึกถึงเจ้าที่ แล้วภาพทั้งหมดดับไปเลย
แล้วมีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นมาเหมือนคุยกับใครอยู่ แต่ได้ยินเสียงผู้หญิงแค่คนเดียว

เขาพูดว่า “มันเป็นคนเรียกกุมาเอง มันพูดว่า “จะมารับไหม”
พอไปหามัน มันก็พูดว่า “มาแล้วเหรอ เหนื่อยไหม”
แล้วดิฉันก็ตื่นขึ้นมาเอง แล้วนั่งอึ้งอยู่นานมาก เพราะคำพูดที่ผู้หญิงคนนั้นพูด

คือตอนที่ดิฉันโทรให้คนมารับ แล้วพอเขามารับ
ดิฉันก็ถามคนที่มารับไปว่า “มาแล้วเหรอ เหนื่อยไหม”
คือ..การบอกให้คนมารับโดยไม่ขานชื่อคนมารับเนี่ย
เพิ่งรู้ว่าผีจะตามมาได้ด้วย ตอนนี้ก็ยังอึ้งอยู่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ผีเจ้าที่หลอนทั้งที่บ้านทั้งโรงพยาบาล

ผีเจ้าที่หลอนทั้งที่บ้านทั้งโรงพยาบาล

ผีเจ้าที่หลอนทั้งที่บ้านทั้งโรงพยาบาล

ผีเจ้าที่หลอนทั้งที่บ้านทั้งโรงพยาบาล ส่วนตัวไม่ค่อยเชื่อเรื่อง เจ้าที่นะเเต่เจอเองมาหลายที ไม่รู้ใช่เจ้าที่ที่เขาเล่ากันหรือเปล่า
ครั้งเเรกตอนเด็กเเม่พาไปค้างที่บ้านญาติเเม่บอกก่อนนอนมาถึงให้ไหว้เจ้าที่
เเต่เราสวนเเม่ทันทีว่า “เจ้าท่งเจ้าที่ไรเเม่ไร้สาระไม่มีหรอก” ว่าเเล้วก็นอนเลยไม่ทำตาม
**พลั๊ว!!!** ทันทีที่หลับตายังไม่หลับนะเเค่ปิดเปลือกตาเราเห็นมือดำๆ ตบที่หน้าชาไปทั้งหน้า
จนหูอื้อสะดุ้งขึ้นนั่งตกใจหูอื้อเจ็บที่เเก้ม           บาคาร่า

แม่นั่งมองยิ้มๆ เเม่บอกเเล้ว!!
อยู่ๆเเม่ก็พูดเหมือนรู้เราไม่สนใจนอนลงไปอีกที
คราวนี้คนตัวดำๆ ดำทั้งตัวตัวใหญ่ๆเดินมาตบซ้ำอีกที ทีที่สองนี่เเหละ
ลุกสวดมนต์เลยค่ะ เราเล่าให้เเม่ฟังว่าใครตัวใหญ่เเละดำขนาดนี้ไม่มีหน้าตา
เเม่บอกว่านี่หละเจ้าที่นะตั้งเเต่นั้นไปไหนมาไหนก็ยกมือไหว้ตลอดนะ

อีกทีตอนนั้นเราอยู่เวรดึก คนไข้เพิ่งตายช่วงเย็นติดกับห้องทำงานเป็นห้องเก็บศพ
เขาเพิ่งเข็นไปเก็บห้องเย็น ทีนี้เบรคสองรุ่นน้องเราต้องเข้าไปพัก
น้องหอบผ้าตรงเข้าไปเลยเราก็เบรคบอก เข้าไปห้องตรวจมั้ยห้องนั้นเพิ่งเข็นศพไป
น้องมันไม่เชื่อมันบอกง่วงมากกว่ากัวผีนอนดีกว่า เราก้อทำงาน

พอผ่านไป 20นาทีน้องมันหอบผ้าหน้าตาเหลือกมาเลยหัวหูยุ่งบอกพี่ๆ
ขอนอนเค้าวเตอร์นะเราก็เลยถามว่าทำไมไหนว่าไม่กลัวอะงัย
“ก้อตอนหนูกำลังหลับตาได้ห้านาทีมีคนมาเป่าหูปู้ดๆๆๆ หนูก็พลิกๆหนี
นึกในใจว่าอย่าเพิ่งมายุ่งง่วง พอหนูหันหนีก็ตามมาเป่าที่หูอีกสองที
หนูเลยตวาดเสียงดังว่าอย่าเพิ่งยุ่งคนจะนอน
เท่านั้นละมีเสียงบอกว่า “เเต่นี่มันที่กู!!!”
เเล้วหนูก็ลอยมาตกตรงประตูเหมือนโดนเหวี่ยงออกมา
หนูก็เลยวิ่งมาเลยนี่หละ(ปล!เตียงมีไม้กั้นเตียงกันตก)

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/37813211…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ประสบการณ์ชวนสยองแถวแยกพัฒนาการ

ประสบการณ์ชวนสยองแถวแยกพัฒนาการ

ประสบการณ์ชวนสยองแถวแยกพัฒนาการ

ประสบการณ์ชวนสยองแถวแยกพัฒนาการ เรื่องนี้เป็นเรื่องจากประสบการณ์จริง สมัยสิบกว่าปีที่แล้ว
เป็นเหตุการณ์ที่ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้

เวลาที่ข้อมือบอกเวลาตีสองกว่าแล้ว หยิบแผ่นเพลงสุดท้ายยัดเข้าเครื่อง
พร้อมร่ำลาแขกโต๊ะสุดท้าย แล้วรีบออกมาเรียกแท๊กซี่กลับบ้าน

หลังเลิกงานที่ทำประจำ ก็เกือบเดือนนึงแล้วที่มาทำงานพิเศษ
เป็นดีเจเปิดเเผ่นให้ร้านคาราโอเกะแห่งนึง ระยะทางที่กลับบ้านจากซอยหนามแดง
เทพารักษ์ไปรามคำแหง24 ค่อนข้างเปลี่ยวและไกลพอดูเลยทีเดียว

เเท๊กซี่ขับมาเรื่อยๆทางเส้นศรีนครินทร์มาจนถึงช่วงตึกโมเดิร์นฟอร์ม
ไฟถนนเป็นสีส้มๆสลัวๆพอทำให้มองเห็นเงาคนหลายคนยืนกันอยู่แถวเกาะกลางถนน
เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเกาะกลางถนนแถวนั้นยังเป็นท้องร่องหญ้ารกๆ
แต่มีสะพานไม้กระดานเล็กๆให้พอเดินข้ามถนนได้อยู่ เลยคิดว่าคนพวกนี้คงมารอข้ามถนน

พอรถขับมาถึงตรงที่เห็นเงาคนก็ชนเข้ากับอะไรอย่างแรงเสียงดังปึ้ง!
จนตัวกระเด็นกระดอนหัวสั่นหัวคลอน คือมันชนแรงมาก
ตอนนั้นงงว่าเกิดอะไรขึ้น แท๊กซี่ก็รีบเหยียบคันเเร่งไปเลยไม่ยอมเบรคไม่ยอมจอด
พอได้สติหันกลับไปมองกระจกหลังเห็นเงาคนเหล่านั้นมาเดินกันกลางถนนเต็มไปหมด

คนขับเเท๊กซี่ขับมาจอดติดไฟแดงตรงแยกพัฒนาการแล้วเปิดประตูไปก้มๆเงยๆดูรถ
เสร็จแล้วกลับเข้ามานั่งในรถไม่พูดไม่จา ทนไม่ได้เลยถามว่า”ชนอะไรมั้ย”
เค้าบอกไม่มีรอยอะไรเลย (ซึ่งเสียงชนดังมากจนตัวกระเด้งกระดอนเนี่ยนะ ไม่มีรอยอะไรเลย)

เลยถามไปอีกคำนึงว่า “ใช่คนมั้ย”
เค้าตอบกลับมาว่า “ไม่ใช่ ผมเลยไม่จอดไง”

เรานั่งเงียบกันมาสักพัก….คนขับแท๊กซี่ก็เริ่มเล่าให้ฟังว่า ผมเจอบ่อยๆตอนกลางคืน
ยิ่งสมัยรถเเก๊สระเบิดใหม่ๆผมเจอประจำ
มายืนโบกรับขึ้นมาแล้วหายยังมีเลย พรุ่งนี้อย่าลืมไปทำบุญนะครับ   บาคาร่า
และนั่นก็เป็นคืนสุดท้ายที่ไปทำงานเปิดแผ่นให้ร้านคาราโอเกะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

สยองขวัญคืนวันโกน ใครในห้อง?

สยองขวัญคืนวันโกน

สยองขวัญคืนวันโกน

สยองขวัญคืนวันโกน เราเเต่ก่อนคืนวันโกนฝันเห็นผีตลอดค่ะ และล่าสุดหลอนยังไม่หาย
เมื่อวันโกนที่ผ่านมา ทีวีในบ้านเปิดเองค่ะ งงมากว่าเปิดได้ไง

เราก็ถามแฟนเราค่ะว่า แม่กลับมาแล้วหรอ
(คือเราอยู่บ้านแฟนค่ะห้องเรากับห้องเเม่จะติดกันและบ้านเป็น2ชั้นค่ะ)
ทำไมเสียงทีวีดังอะ แฟนเราก็บอกบ้านอื่นมั่ง เเต่พอแนบหูฟัง
เสียงทีวีแม่ชัดเจนค่ะ นางเลยไปเคาะๆห้องว่ามีใครอยู่ป่าว ขโมยไรงี้ ก็เงียบค่ะ

แล้วทีนี้รอบ2ค่ะแฟนเราเลยลองแนบหูฟังอีก ได้ยินเสียงหัวเราะค่ะ
ก็งงว่าใครอยู่เเต่ใจเราอะคิดละค่ะว่าไม่ใช่คน (แฟนเรานางเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีค่ะ)
เลยโทรหาเเม่ว่าใครมาบ้านรึเปล่า แม่บอกไม่มีใครๆจะมา

เรากับแฟนเลยขึ้นห้องไป อยู่สักพักมันแปลกๆหลอนๆอะค่ะ
เลยลงมาอยู่ข้างล่างดีกว่าก็ลงไปรอเเม่กลับมา เเล้วทีนี้ลืมมือถือไว้บนห้องค่ะแฟนเลยไปเอา
เราก็รอตรงบันไดอะค่ะ ทีนี้สุดๆพีคมาก แฟนเรานอนลงลองส่องช่องประตูห้องเเม่ดู
(ห้องเเม่จะมีช่องประตูสูงประมาณ2นิ้วค่ะ) แฟนเราเห็นขาลงจากเตียงค่ะเป็นขาดำๆไหม้ๆ
ก้าวลงจากเตียงมาข้างเดียวค่ะ นางตกใจมาก ก็เเบบสบดออกมาค่ะเเล้วบอกเราว่าเห็น

เรากรี๊ดดดดด วิ่งไปหน้าบ้านอย่างไว คืออยู่บ้านนี้มานานแล้วพึ่งเคยเจอค่ะ
ลงมาก็โทหาแม่ แม่ก็บอกไม่มีไรหรอก ยายมั่ง คือยายแกเสียไปจะ2ปีเเล้วค่ะ
แล้วตอนเจออะค่ะประมาณ3ทุ่มกว่าๆได้ค่ะ พอแม่กลับมาก็คุยๆพากันเดินขึ้นไปบนห้อง

เราอะค่ะด้วยความอยากรู้ก็มองๆช่องประตู ขนลุกเลยค่ะ เห็นเงาขา ยิ่งหลอนหนักไปอีก
คือแบบต้องทำบุญด่วนเลยค่ะ สรุปก็ไม่รู้ว่าใคร ผีหรืออะไร
(เพราะทีวีเปิดเป็นเพลงเด็กค่ะ ทีเเรกคิดว่ากุมารเเต่แม่ไม่ได้เลี้ยงค่ะ) เเละเมื่อวาน
อยู่ๆทีวีเปิดเองค่ะ งงมากว่าบ่าย3เอง อะไรอีกนิเเล้วผีมีมารยาทค่ะ ปิดเองตอน5โมงเย้นค่ะ                                                                      บาคาร่า

เราจะไม่อะไรเลยถ้าก่อนหน้าเราจะไม่คิดในใจว่า ยายดูเเล้วปิดด้วยนะ 55555
คือคิดเล่นๆไงเเต่ปิดจริง เงิบเลย พอเเม่กลับมาจากทำงาน ก็คุยๆกันเรื่องนี้แหละค่ะ
เราก็พูดขึ้นว่า ยายนั้นแหละ เพราะ20พฤษภานี้จะครบรอบที่แกเสียค่ะ ขนลุกเลย

แกคงมาให้เห็นว่าอย่าลืมทำบุญให้แกนะ สุดๆค่ะ ตอนนี้ก็หลอนต่อไปค่ะ
เเล้วประเด็นอื่นเรื่องค่ะ ตั้งเเต่เรามาอยู่บ้านแม่แฟนอะค่ะ เรารู้สึกเลยว่ามีคนอยู่ห้องเเม่ตลอด
คือได้ยินเสียงเดิน เสียงแบบมีคนอยู่อะค่ะ เราก็เป็นคนมีเซ๊นต์นะคะเเต่ไม่เคยเห็นค่ะ
เล่าเเล้วขนลุกเลยค่ะ เราเชื่อว่าผีมีจริงสุดๆค่ะเพราะแฝดเราเคยเจอสมัยมัธยมค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ประสบการณ์ผีสิงสุดหลอนของแม่

ประสบการณ์ผีสิงสุดหลอนของแม่

ประสบการณ์ผีสิงสุดหลอนของแม่  เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับแม่ของเรานะคะ แม่เล่าย้อนไปเมื่อ สี่สิบปีที่แล้ว
สมัยแม่ยังเป็นสาววัยแรกรุ่น ใช้ชีวิตตามประสาคนต่างจังหวัด
สมัยนั้นความเจริญยังเข้ามาไม่ถึงเท่าที่ควร เรียกได้ว่า
ยังมีพรานล่าสัตว์ เสือสมิงอยู่ แม่เป็นลูกคนที่สองจากพี่น้องทั้งหมดสี่คน

ถ้านับตามลำดับ ป้า แม่ น้าผู้ชาย และน้าผู้ชายคนสุดท้อง โดยจริงๆแล้ว
ยายเคยมีลูกสี่คนก่อนหน้า แต่เสียชีวิตหมด อายุไม่เท่าไหร่ก็เป็นป่วยไข้เสียชีวิต
จากไปก่อนวัยอันควร หมอธรรมในสมัยนั้นทักว่า ยายเป็นคนมีดวงผีเสื้อสมุทรค่ะ
กล่าวก็คือ ดวงกินลูก ตอนนั้น ที่ลูกๆเสีย หมอธรรม ก็ตัดแบ่งร่างแยกส่วนกัน
แล้วแยกฝังคนละทิศเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กมาเกิดอีก          บาคาร่า

แต่จนแล้วจนรอด หมอธรรมเลยต้องมาทำพิธีที่ยายค่ะ
เพราะมิฉะนั้น ยายจะไม่มีลูกสักคนเลย จนท้ายที่สุด
ก็มีป้า น้าๆ แม่ ทั้งหมดสี่คนอยู่รอดจนถึงปัจจุบันนี้

เข้าเรื่องนะคะ ในสมัยนั้น นาข้าวและไร่สวนจะอยู่ไกลจากบ้าน ยายกับลูกทั้งหมด
ต้องเดินไปกลับระหว่างบ้านกับนาหลายกิโลค่ะ บางครั้งเหนื่อยกลับไม่ไหว
ก็นอนค้างกับบ้านญาติๆแถวนั้น แล้วค่อยกลับตอนย่ำรุ่ง
ไม่ค่อยนอนที่เพิงพักที่สร้างไว้ เพราะเคยโดนผีหลอกจนต้องวิ่งออกมาอยู่กลางทาง
จึงไปนอนค้างบ้านญาติเสีย เห็นจะดีกว่ามาก

จนคืนหนึ่ง คืนนั้นเป็นคืนเดือนหงาย ฟ้าเปิด แม่อยากกลับบ้านมาก
แต่ยายกับพี่น้องกลับไม่ไหว แกเลยดื้อกลับเอง ยายก็พูดอะไรไม่ได้มาก
เพราะแม่เป็นคนที่ดื้อ และรั้นที่สุดในบรรดาลูกทั้งสี่คน เมื่อไม่มีใครกลับด้วย
แกเลยเดินกลับคนเดียว โดยใช้เส้นทางเดิม ผ่านเนินเขา

สองข้างทางเป็นไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน นานๆจะมีบ้านสักหลัง
ด้วยที่เป็นคืนเดือนหงายและเงียบสงัด แม่เดินมาได้ครึ่งทาง ก็ปวดฉี่
เลยหาที่เหมาะตรงข้างทาง แม่มองหาได้ชั่วครู่ก็เห็นตรง
ขอนต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งล้มนอนอยู่ แม่เห็นอย่างนั้นจึงตรงเข้าไป

นั่งยองข้างต้นไม้ต้นนั้น พอเสร็จสรรพกำลังจะลุกออกมา ไม่ทันได้ก้าวขาเดิน
ก็มีเสียงหนึ่งเป็นเสียงผู้หญิงตะโกนเรียกมาจากตรงนั้น
ด้วยความที่แม่เป็นคนไม่กลัวอะไร ก็ขานรับ แล้วถามกลับไปว่านั่นใคร
แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา ก็เข้าใจว่าคงเป็นชาวบ้านแถวนั้น
ก็ไม่สนใจ เลยเดินกลับบ้านปกติ

หลังจากคืนนั้น แม่มาถึงบ้าน ได้สองสามวัน แม่ก็ล้มป่วยลง โดยไม่มีสาเหตุใดๆ
ไม่ยอมกินข้าวปลา รักษากับยาอะไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แม่เล่าต่อว่า
ยายเล่าให้แม่ฟังว่า วันต่อมา แม่เริ่มเพ้อ ถอดเสื้อผ้าออกจนหมด
ใส่ให้เท่าไหร่ก็ถอด แม้แต่เอาผ้าห่มไปห่มให้ก็ไม่เอา บ่นเพ้อว่าร้อนๆ ป้ากับน้า
ก็ได้แต่ยืนดูแม่ จนญาติๆคนอื่นที่รู้ข่าวมาเยี่ยมไข้

ก็เห็นท่าไม่ดี บอกยายว่า ควรพาไปโรงพยาบาล ยายเห็นควรด้วย จึงเข้าไปหาแม่
บอกให้แม่ใส่เสื้อผ้า จะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แม่ส่ายหน้าอย่างเดียว
บอกไม่ไปๆ ญาติคนอื่นเลยพากันลากขึ้นรถ แม่ก็ดิ้นบอกไม่ไปๆตลอดทาง
จนถึงโรงพยาบาล แม่ก็ดีขึ้นชนิดว่าเกือบหายเองจนยายเองยังแปลกใจ

จึงพากลับมาบ้าน เมื่อมาถึงบ้าน แม่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม คือถอดเสื้อผ้า
เพ้ออยู่คนเดียว จนมีญาติคนนึงเห็นท่าไม่ดีแล้ว จึงพูดกับยายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่
มันไม่ปกติ ยาอะไรก็รักษาไม่ได้ หมอคนไม่หาย ก็คงต้องหมอผีหมอธรรมมา
ยายที่ตอนนั้นจนใจและสับสน ก็ให้ญาติคนนั้นไปตามหมอมา

เมื่อหมอธรรมมาถึง ยายก็ให้ญาติพาหมอไปหาแม่ ซึ่งอยู่ด้านใน
และทันที ที่หมอธรรมเดินเข้ามาในบ้าน แม่ซึ่งเพ้อๆอยู่ก็หยุดเพ้อ
หันมามองหน้าหมอนิ่งเงียบ หมอธรรมนั่งลงตรงหน้าแม่ แล้วถาม
“เอ็งเป็นใคร…มาจากไหน?” แม่ไม่ตอบ นิ่งแล้วก็เงียบ

หมอธรรมถามอีกหลายรอบ จนหมอถอนหายใจถามว่า
“ถามดีๆแล้ว จะตอบดีๆ หรือจะให้สั่งสอนก่อนจึงจะตอบ”
ในที่สุด แม่ก็ยอมตอบว่า มาจากที่ตรงนั้น ที่แม่ไปฉี่ แม่ฉี่รดเขา
เขาเลยโกรธ เลยตามแม่มา หมอเลยบอกว่า ปล่อยแม่ไปเถิด ยกโทษให้แม่
แม่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากจะอยู่ เบียดเบียนต่อไป ก็เป็นบาปต่อกัน
หลังจากนั้น หมอก็พรมน้ำมนต์ให้ แล้วหันมาพูดกับคนในที่ตรงนั้นว่า
ให้แม่นอนได้แล้ว หายแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ในคราวนั้นจนปัจจุบันนี้ แม่ยังพูดเลยค่ะ ว่าหลังจากหายเป็นปกติ
แทบไม่กล้าย่างกราย เฉียดขอนไม้ใหญ่อีกเลย แต่แม่ก็ไม่เลิกนิสัยไม่กลัวนี่นะคะ
อะไรแปลกๆกลางค่ำกลางคืนทักตลอด แม้แต่ยายห้ามก็ไม่ฟัง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

สยองขวัญวันลอยกระทง

สยองขวัญวันลอยกระทง

สยองขวัญวันลอยกระทง

สยองขวัญวันลอยกระทง เรื่องราวของกลุ่มเด็กชาย-หญิง 3 คนที่นั่งทำกระทงกันเอง เพื่อในตอนเย็น
จะได้นำกระทงนั้นออกไปลอย ในเย็นนั้นเองเมื่อทั้งสามทำกระทงเสร็จ
ก็เดินไปยังแม่น้ำแถวบ้าน โดยมีพี่สาวเดินไปด้วยอีก 1 คน

ในระหว่างที่ลอยนั้นทั้ง 4 คนได้สังเกตว่าตามริมฝั่งน้ำไม่ค่อยมีคน                                                                     บาคาร่า
มาลอยกระทงกันเลย ก็ได้ยืนคุยกัน จนกระทั้งเด็กผู้ชายคนเดียวในกลุ่ม
ได้เห็นกระทงใบน้อยๆลอยมา และในนั้นก็มีแบงค์ร้อยเหน็บไว้อยู่
เขาจึงกระโดดลงน้ำไปหวังจะเก็บเงินนั้น

ตอนนั้นเองอยู่ๆก็เหมือนมีอะไรบางอย่างมาดึงขาของเด็กชายคนนั้น
เพื่อนอีก 2 คนรวมถึงพี่สาวที่พาเดินมาก็ตกใจและออกอาการเป็นห่วงกัน
พี่สาวที่อยู่ดูแล้วว่าน้องคงไม่ได้แกล้งแน่ๆก็รีบหาไม้ยาวๆ มาให้น้องจับไว้
แต่ถึงเด็กชายคนนั้นจะจับไม้นั้นไว้ได้แล้วก็ตาม มันกลับเหมือนมีแรงดึง
ที่มากขึ้นจนดึงเขาจมน้ำหายไป ต่อหน้าต่อตาทั้ง 3 คน

ด้วยความที่เป็นคนพาเด็กๆมา พี่สาวจึงตามลงน้ำไปเพื่อหาเด็กชายคนนั้น
ก่อนที่เธอจะจับมือของใครบ้างคนใต้น้ำได้ แต่ในตอนที่ดึงขึ้นมานั้นเอง
มันกลับมีแต่มือที่ขาวซีดที่ไม่มีร่างกาย พี่สาวตกใจและรีบโยนมือนั้นลงน้ำไป
แต่อยู่ๆกลับมีมือที่ขาวซีดโผล่ขึ้นมาจากน้ำมากมาย

เด็กสาวที่อยู่บนฝั่งเห็นท่าไม่ดีจึงรีบยื่นไม้ไปให้พี่สาวจับ จนดึงขึ้นฝั่งมาได้
ด้วยความกลัวทั้ง 3 จึงรีบวิ่งหนีกลับบ้านไป และได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง
แม่ถึงรีบแจ้งกู้ภัยให้ไปตามหาเด็กชายคนนั้น แต่ไม่ว่าจะหากันเท่าไหร่
ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพบร่างเลย หนึ่งในทีมกู้ภัยจึงจุดธูปของให้เจอร่าง
และไม่น่าเชื่อว่าจะพบร่างของเด็กชายในเวลาต่อมา…

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

หลอนห้องน้ำนักเรียนหญิง

หลอนห้องน้ำนักเรียนหญิง

หลอนห้องน้ำนักเรียนหญิง

หลอนห้องน้ำนักเรียนหญิง ในระหว่างที่เราเป็นครูอัตราจ้างโรงเรียนแห่งหนึ่ง
ซึ่งตั้งอยู่ในระหว่างรอยต่ออำเภอ ระยะเวลา 1 ปี กว่าๆ
เราเจอเหตุการณ์หลอนมาตลอด

ห้องน้ำนักเรียนหญิงของโรงเรียนนี้เป็นจุดหนึ่งที่
ทั้งครูและนักเรียนได้พบเจอกับความหลอนมากที่สุด
ห้องน้ำหญิงมี 2 หลังใหญ่ (ในขณะที่ผู้ชายมีหลังเดียว) จะอยู่หลังอาคารเรียน 1
ด้านหลังห้องน้ำหญิงห่างไป 4 เมตร จะเป็นบ้านพักครูหลังที่สาม
ด้านข้างจะมีคูน้ำธรรมชาติถัดจากคูน้ำธรรมชาติก็จะเป็นสวนหย่อมมีต้นไทรต้นใหญ่
อึมครึมต้นนึงอยู่ และสวนตรงนี้ก็คือพื้นที่รับผิดชอบของเด็กห้องชั้นเอง

เด็กนักเรียนที่มีของหรือมีองค์ มีครู มักจะเล่าให้ฟังว่า
เวลาช่วงที่ตนเองขออนุญาตครูมาเข้าห้องน้ำ ตอนนั้นไม่มีใคร
มาแค่เพื่อน 2 – 3 คน มันจะเจอกับผู้หญิงใส่ชุดสีดำ ผมยาว
ยืนหันหน้าไปที่ประตูห้อง บางคนก็ได้ยินเสียงปิดกระแทกประตู                                                                                    บาคาร่า
ทั้งที่ห้องด้านข้างประตูพัง ไม่สามารถปิดได้

ส่วนคุณครูก็มีมาเล่าให้ฟังว่าช่วงเย็นประมาณ 5 โมง 6 โมงเย็น
ที่เป็นเวรประจำสัปดาห์ ต้องเดินตรวจตรา และได้มาตรวจรอบห้องน้ำหญิง
มักได้ยินเสียงคนวิ่งหนี ไปซ่อนในห้องน้ำ ปิดประตูเสียงดัง และได้ยินเสียงหัวเราะกันคิ๊กคักๆ

จึงได้รีบไปตรวจดูเพราะคิดว่ามีเด็กไม่ยอมกลับบ้าน พอเข้าไปดูก็ไม่มีใครอยู่เลย
ไม่มีรอยเท้าหรือรอยเปียก ถ้ามันจะหนีไปด้านข้างคือต้องเป็นนักกระโดดไกล
ทีมชาติอ่ะ .. เท่านั้นแหละ เวรก็เวรเถอะ ไม่สนแล้ว บายยย

ส่วนตัวเราก็เคยเจอ ช่วงเวรประจำสัปดาห์ ด้วยความที่เราอยู่บ้านพัก
ก็เลยโดนตรวจพื้นที่ตอนเย็น พอไปถึงห้องน้ำหญิง เรารู้สึกไม่ดีอย่างมาก
เหมือนมีใครจับตามองเราตลอดเวลา
เดินไปซักพักได้ยินเสียงคนปิดประตูอย่างแรง…. โครม !!!
เข้าไปดูก็ไม่มีอะไรน่ะ มืดมาก ใครจะกล้าเข้าไปใช้
ส่วนชั้น อยู่ทำไมล่ะ วิ่งซิ วิ่งงง

1. หลวงตาบอกแล้วว่ากลางวันที่ของคนเป็น ส่วนกลางคืนเป็นที่ของเขา
2. จากที่ถามคนเฒ่าคนแก่ ว่าทำไมผีถึงชอบสิงตามห้องน้ำ ท่านก็ตอบว่า
สมัยตอนเป็นคนทำแต่บาป ไม่เคยทำบุญ ตายไปถึงไม่มีบุญหล่อเลี้ยงให้อิ่ม
จึงมีสถานที่เดียวเดียวที่อิ่มได้สำหรับวิญญาณบาปก็คือห้องน้ำ….
คุณคิดว่าผีเหล่านั้นกินอะไร? ที่แน่ๆ ไม่ใช่น้ำในห้องน้ำแน่…

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ผีเขาชนไก่หลอนที่หน้าห้องน้ำ

ผีเขาชนไก่หลอนที่หน้าห้องน้ำ

ผีเขาชนไก่หลอนที่หน้าห้องน้ำ

ผีเขาชนไก่หลอนที่หน้าห้องน้ำ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาครับ
ผมได้เรียน รด.มาจนถึงปี3และต้องไปฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่
เป็นเวลา5วัน4คืนครับ การฝึกเป็นไปได้ด้วยดีครับ เหนื่อยมาก
คิดถึงคนที่บ้านมาก คิดถึงเตียงนุ่มๆที่บ้าน คิดถึงอากาศปลอดโปร่ง
เพราะที่นี่ฝุ่นเยอะมากจนจามออกมาน้ำมูกเป็นสีดำเลยครับ

การฝึกดำเนินไปจนถึงวันที่4 ซึ่งเป็นวันที่เหนื่อยที่สุด เพราะต้องเดินเท้า
9-10กิโล เพื่อไปฐานต่างๆ จนได้เจอกับสุดยอดครูฝึก “จ่านรก”ครับ
ก็ฝึกกันไปหมอบคลานตามเรื่องตามราว จนฝึกเสร็จ กลับไปที่กองพัน
ทุกคนเพลียมากแต่ก็ได้รับอนุญาติให้อาบน้ำได้สบายใจ

เรื่องมันเริ่มมาจาก เต๊นท์นอนของผมนั้นอยู่ในโซนที่จะต้องเป็นเวรยาม
ในวันนั้นพอดีซึ่งเป็นเวลาตี3-ตี4ครับ
ผมก็นอนก่อนเลยตอน5ทุ่มผลัดก่อนหน้าก็มาปลุกตอนตี2กว่าๆ
ผมจึงต้องลุกขึ้นไปเฝ้ายามครับ
ปกติแล้วเขาจะแบ่งเป็นคู่ในการเฝ้า1ที่ แต่ เพื่อนผมนั้น
ต้องจัดของจัดกระเป๋าจึงบอกให้ผมล่วงหน้าไปก่อน

ผมก็ต้องไปเฝ้ายามคนเดียว จะเรียกว่าซวยหรืออะไรไม่รู้
แต่ผมต้องไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ ซึ่งมืดและดึกแล้ว วังเวงโคตรๆ
ผมก็ยืนไปสักพักนึกขึ้นมาได้ จ่านั้นได้กำชับมาว่า
“พื้นห้องน้ำต้องสะอาดห้ามมีรอยเท้าแม่แต่นิดเดียว” ผมก็หันไปมอง
เช็คในห้องน้ำ มันก็มีรอยเท้าอยู่คู่นึงดูจากรอยแล้ว
ก็น่าจะเข้าห้องส้วมห้องแรกพอดี ผมก็ต้องเช็คว่ามีใครอยู่ในห้องนั้นหรือเปล่า
จะได้รอเขาออกมาแล้วเช็ดถูทีเดียว เพราะตี4แล้วคงไม่มีใครมาใช้ต่อ
“เข้าห้องน้ำอยู่ป่าวครับ” นี่คือสิ่งที่ผมตะโกนไป “ครับ”
เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ

ผมก็ยืนรอหน้าห้องน้ำไปเรื่อยๆ รอแล้วรอเล่า20นาทีแล้ว
จนเพื่อนที่เก็บของมา มาพร้อมรองเท้าแตะที่จะใส่
เข้าไปทำความสะอาดได้โดยไม่เปื้อนพื้น
แต่ผมก็ไม่ได้เอะใจเรื่องคนในห้องน้ำอะไรเพราะคิดว่าวันสุดท้าย
เขาอาจจะถ่ายหนักอยู่ บาคาร่า

ผมจึงให้เพื่อนเข้าไปทำความสะอาดข้างใน สมมุติว่าเพื่อนผมชื่อ ตี๋
“ตี๋ถูห้องอาบน้ำก่อนเลย” มันก็เข้าไปถูส่วนผมก็ยืนเฝ้าข้างหน้า
จนตี๋มันถูห้องอาบน้ำเสร็จมันก็มาถามผม “ห้องส้วมต้องถูด้วยป่าว”
ผมก็ตอบ “เออ แต่รอคนห้องแรกเขาเข้าเสร็จก่อนนะ”
ไอตี๋ก็งง ถามผมว่า “ห้องไหนกูเดินเข้าไปดูไม่เห็นจะมีห้องไหนปิดประตูซักห้อง”

ผมก็งงครับและหันไปมองห้องน้ำห้องนั้น ปรากฏว่าประตูมันเปิดอยู่..
ผมก็งงและดูที่รอยเท้า รอยเท้าก็มีเพียงแค่รอยเท้าที่เดินเข้าไป แล้ว..
เขาออกมาตอนไหน.. ซึ่งผมดูแล้ว มันมีทางออกเดียวแน่นอน
ซึ่งผมก็ยืนอยู่ตลอดและจะปีนออกก็ไม่ได้แน่นอน และรอยเท้าก็มีแค่รอยเดิม
ที่เป็นรอยเข้า แต่ไม่มีรอยที่เดินออกเลย.. แล้วเสียงครับที่ได้ยิน
รอยเท้าที่มีแค่เข้ามันคืออะไร.. ผมก็เลยไม่พูดอะไรครับ
เพื่อนก็ล้างห้องน้ำเสร็จ ผมก็ยืนขนลุกอยู่หน้าห้องน้ำ รอบๆก็เป็นป่ามืดๆอีก

ก็มีเท่านี้แหละครับ เรื่องที่ผมเจอมาขอให้น้องๆปีนี้
ที่ไปเขาชนไก่ เดินทางปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

เรื่องหลอนใต้สะพานพระราม 7

เรื่องหลอนใต้สะพานพระราม 7

เรื่องหลอนใต้สะพานพระราม 7

เรื่องหลอนใต้สะพานพระราม 7 เรื่องมีอยู่ว่าเราเป็นเด็ก ตจว.เข้ามาศึกษาในกรุงเทพฯ ทีนี้เพื่อนสาวของเรา
จะเข้ามาเที่ยวมาหาเราก็นั่งรถจะไปรับเพื่อนที่อนุสาวรีย์ชัย โดยมีเพื่อนอีก 2คน
นั่งรอตกปลาอยู่ที่ใต้สะพานพระราม 7 ตอนนั้นเป็นเวลา 2ทุ่มหน่อยๆ
กว่าจะนั่งรถไปรับเพื่อน-นั่งรถกลับ คนในกทม.น่าจะรู้ดี
ว่ามันเสียเวลาอยู่ในรถเมย์ยาวนานมากแค่ไหน 555

หลังจากเจอเพื่อนแล้ว เราก็นั่งรถเมย์กลับมาด้วยกันตอนนั้นก็ประมาณ 4ทุ่มกว่า
เราทั้งคู่หอบหิ้วขนม มาลงที่ป้ายจรัญสนิทวงศ์ 97
(ซอยนี้โจรชุกชุมมาก มาในคราบถามทางโดนละเข็ดเลย)
ระหว่างที่เดินไปหาเพื่อนก็ไม่มีอะไร เฮฮาปาตี้ ตกปลาได้บ้างไม่ได้บ้าง
ร้องเพลงนอนเล่นกันจนเวลาที่เราจะกลับหอ ช่วงนั้นตี2พอดี พวกเรา 4คน
เดินคุยกันมาเรื่อยๆ ลอดสะพานผ่านโค้งมาหน่อยก็ได้ยินเสียงหมาเห่า..
ต่อมามันก็เปลี่ยนเป็นเสียงหอนโหนหวน (รีบจ้ำสิคะรอไร)

เลยวัดไปได้บรรยากาศมาก ข้างแนวเดียวกับวัดเป็นตึกโรงเรียนเก่าๆ
ที่เขาไม่เปิดทำการแล้ว หญ้าขึ้นรกรุงรังบวกกับความมืดสลับกับแสงไฟข้างทางแล้ว
ขนหัวลุกไปหมด จู่ๆ เพื่อนสาวก็ถามเราว่า

เพื่อนสาว: เธอๆ เห็นคนนั้นมั้ยทำไมเขาสูงจังวะ
เรา: เห็น ก็ไม่สูงเท่าไหร่นิ พอๆกับแกแหละ
เพื่อนสาว: แล้วแก 2 คนเห็นผู้ชายคนนั้นมั้ย
เพื่อนอีก2 คน: ไม่เห็นมีอะไรเลย อ้อคนที่นอนตรงม้านั่งนั้นหรอ?
เพื่อนสาว: ไม่ใช่ คนที่ยืนสิ
เพื่อนอีก2 คน : ไม่เห็น
(จังหวะนั้นเริ่มเดินเข้าใกล้เข้าไปทุกที)
เรา: เอ๊ะ!! แล้วนั้นเขาเป็นเพื่อนกันหรอ ชะโงกไปดูเพื่อนด้วย
(อีกประมาณ 20 ก้าว)
ทันใดนั้นเสียงพูดคุยก็หยุดลง เมื่อสิ่งที่เรากับเพื่อนสาว
เดินถามกันมาตลอดทางหันมามองเราทั้งคู่
(อีก10ก้าว)
เรา: นั่นไม่ใช่คนมันเป็นเงาว่ะ แล้วเขาก็คงไม่ใช่เพื่อนกัน (กระซิบบอกเพื่อนสาว)
เพื่อนสาว: กูเห็นแล้ว O_o!!
(อีก7ก้าว)
เงาร่างผู้ชายคนนั้นก็เดินถอยหลัง หายเข้าไปในต้นไม้ซึ่งมีป้ายโฆษณาใหญ่บัง

เราดึงมือเพื่อนสาวมาจับไว้ และมองไปรอบๆก็ไม่เห็นมีใคร
จนเดินผ่านที่เงานั้นหายเข้าไปในต้นไม้เราพบตาแก่ๆ
นอนอยู่บนม้านั่ง เขาไม่ได้ตายเขาเมา…
และยังขยับตัวได้ เรา งง กับสิ่งที่เห็น เลยวิ่งวนรอบต้นไม้ต้นนั้น
ขณะที่วนรอบที่1 จากซ้ายไปขวา และขวามาซ้าย

เราเจอผู้ชายคนหนึ่ง สูงไว้ผมรากไทรยาวประมาณประบ่า
ยืนหันหน้าเข้าหาเชิงสะพานพระราม7 แล้วสีไวโอลินอยู่ เราเดินข้ามฝาก
เพื่อจะไปดูหน้าเขา ใกล้ถึงตัวเขาเข้าไปทุกที กำลังจะเอื่อมมือไปสะกิด
เราก็ชุกคิดขึ้นมาแปปนึง วิ่งเข้ามาในหัวว่า “คนสีไวโอลิน เหี้_ย ไรวะ ไม่มีเสียง”
เท่านั้นล่ะ! วิ่งแทบไม่ทัน จับมือกับเพื่อนวิ่งหาซอยและวิ่งไปเข้าห้องให้เร็วที่สุด
กลับมาถึงที่ห้องก็ตัวสั่นไปหมด เหมือนขวัญหายอ่ะ เราหยิบพระมาแขวนที่คอ
แล้วสวดมนต์ แผ่เมตตา ให้เขาทั้งคู่ บาคาร่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม

ประสบการณ์หลอนผีสวดมนต์ตาม เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อราว 15 ปีก่อน ที่บ้านของผมเอง วันนั้นผมอยู่บ้านคนเดียว
จึงเปิดทีวีแล้วตั้งปิดไว้ น่าจะหลับคาทีวีไปราวช่วงห้าทุ่มผมนอนบนโซฟาแบบเข้ามุม
รู้สึกตัวมาอีกทีช่วงราวตี3 ตี4 เพราะมีความรู้สึกเย็นวาบบบบบ ขนลุกทั้งตัวมาที่หลัง
คือในหัวตอนนั้นรู้สึกได้ว่ามีผู้ชายแก่ๆ นั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟา
ด้วยความที่ตอนนั้นเป็นคนไม่ค่อยกลัวผี จึงทักไปว่า “สวัสดี” ทันใดนั้นเองงง
“สวัสดี” เป็นเสียงที่มาจากอีกฝากของโซฟาเสียงผู้ชายแก่ๆ เสียงทุ้มๆ
“เอาแล้วสิวะกู” ผมอุทานขึ้นในใจ บาคาร่า 

ตอนนั้นใจเต้นระรัวมากกกก จนคิดว่ามันจะทะลุออกมาแล้ว ตุ๊บๆๆๆๆๆๆ
สิ่งแรกที่คนเจอผีต้องทำคือสวดมนต์ ผมนึกขึ้นได้จึงสวด นะโม3จบ
แต่! ผีมันก็สวดได้เหมือนผม
“เอาไงละที่นี้กู นะโมไม่ผล อิติปิโสแล้วกันวะ อิติปิโสภควา ปุญญะเขตตังโลกาสาติ”
ท่องอิติปิโสจนจบคิดว่าผีมันจะไปที่ไหนได้
“อิติปิโสภควา ปุญญะเขตตังโลกาสาติ” เป็นเสียงที่ดังมาจากอีกฟากของโซฟา
ซวยแล้วสิกูผีท่องอิติปิโสได้! ช่วงเวลานั้นก็นึกถึงฝันเมื่อเดือนก่อนที่ฝันว่า
พระมาให้คาถาชินะบัญชร ซึ่งผมก็ลองฝึกท่องได้ท่อนหนึ่งจึงท่องไป
“ชะยาสะนากะตา เยปิวิงสุนะราสะภา” ผมท่องได้แค่นี้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ
เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือผีท่องจบบท แต่ตูท่องได้แค่วรรคเดียว
สุดท้ายสิ่งที่ทำได้คือทำสมาธิ หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโท ทำสมาธิ
จนเวลาผ่านไปน่าจะราวครึ่ง ชม. ก็เกิดสิ่งที่ผมกลัวที่สุดในชีวิต
จากที่เคยคิดว่าผีทำได้แค่หลอก วันนี้มันไม่ใช่แล้ว

หลังจากผมทำสมาธิไปแล้ว ผ่านไปสักพัก ผมยังรู้สึกได้ว่าผียังอยู่
และเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นกับตัวผม อยู่ดีๆผมก็รู้สึกเหมือนจิต
กำลังจะออกจากร่างผม พอหายใจเข้าพุทธ ก็เหมือนดึงจิตกลับมา
หายใจออกโท เหมือนจิตกำลังจะออกไปครึ่งร่างพอหายใจเข้าก็กลับมาใหม่
ในใจตอนนั้นคิดว่าเอาแล้วสิกู วิญญาณกุจะออกจากร่างเหรอ กุจะตายไหม กุจะทำไงดี
กุจะตายหรอๆๆๆ มีแต่คำนี้วนเข้ามาในหัวเป็นร้อยๆครั้งระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผมยื้อจิตเข้าออกมาแบบนี้ราวครึ่ง ชม. จนเพลียหลับไป รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจนเกือบฟ้าสาง
แต่ๆๆมันมาอีกแล้ว ผมต้องภาวนาต่อเพื่อดึงจิตไว้
และสุดท้ายสิ่งที่ช่วยชีวิตผมไว้คือพระอาทิตย์แสงสว่างส่องผ่านกระจก
ผมจึงกลั้นใจวิ่งไปที่ประตูบ้านแล้วเปิดออกไปทันที โดยไม่หันไปมองอีกด้านของโซฟา
กุรอดแล้วโว้ยยยย ดีใจที่สุดที่ตัวเองไม่ตายไม่เป็นอะไร โล่งอกแบบสุดยอดมาก

แต่บ้านก็คือบ้านยังไงก็ต้องนอนที่นี้อยู่ดี ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมนอนเปิดไฟตลอด
ผมนอนป่านอนดงได้ บางทีก็ไปนอนเพิงในไร่คนเดียวบ่อยๆ แต่นอนบ้านนี้
ขอใครอย่ามาปิดไฟตู แต่ผมรู้สึกได้ว่าเค้ายังไม่ไปไหน เค้าจะมาเรียกผมว่า “ไอ้ดำ”
เป็นน้ำเสียงแบบดุดันมาก เวลากึ่งหลับกึ่งตื่น ปีละหนสองหน แต่เรียกแล้วก็จบแค่นั่น
ไม่น่ากลัวเหมือนครั้งแรก ประสบการณ์ครั้งนี้บอกผมว่า ผีทำได้มากกว่าแค่หลอก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…