นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

สยองขวัญเสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

สยองขวัญเสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

สยองขวัญเสียงจากห้องเก็บของชั้นบน

สยองขวัญเสียงจากห้องเก็บของชั้นบน คือพึ่งย้ายห้องใหม่​ เพราะอยู่ใกล้ที่ทำงาน​ ห้องอยู่ชั้น3​ มีเราและพี่คนนึง​อยู่ด้วยกัน
วันแรกที่ย้ายมาก็ไม่มีอะไร​ วันที่สองเราได้ยินเสียงคนเดินคนวิ่ง​ อยู่ชั้นบน​
ตอนแรกเราก็ไม่คิดอะไรเพราะคิดว่ามีคนอยู่​ชั้นบน​ เราเลิกงาน4ทุ่ม​ นอนตี1ตี2​
ก็ยังได้ยินเสียง​ ได้ยินแบบนี้ทุกคืน​ เราสงสัยว่าคนอะไรวิ่งเดินทำไมเวลานี้​
เราเลยขึ้นไปดูและเห็นว่ามีประตู2บาน บานนึงเป็นห้องอีกบานถ้าเปิดประตูก็เป็นดาดฟ้า​
ถ้าเปิดไปดาดฟ้าก็จะมีห้องใต้หลังคา3ห้อง​

เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร​ อย่างน้อยก็มีคนนอนชั้นบน​ นานๆเข้าได้ยินเสียงของตกบ้าง​
เสียงเหมือนลูกแก้วกลิ้ง​ เสียงยกโต๊ะยกเก้าอี้​ เราเลยไปบอกเจ้าของหอ​
เพราะมันรบกวนคนอื่น​ เจ้าของหอบอกว่าไม่มีคนอยู่ชั้นบน​ ห้องนั้นเป็นแค่ห้องเก็บของ​
เราจำได้วันนั้นวันอาทิตย์เป็นวันหยุด เราได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ​
แต่เด็กที่ไหนจะมาหัวเราะ​ เพราะชั้นบนไม่มีใคร บาคาร่า

ชั้น3ที่เรานอนมีแค่ห้องเราและ​เจ้าของหอ2ห้องแค่นั้น​ เสียงเด็กหัวเราะชัดเจนมาก
ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ยินเสียงเด็ก​ เราอยู่ห้องใหม่มาได้12วันแล้ว​ ได้ยินเสียงทุกคืน​
กลัวก็กลัวโมโหก็โมโหจนเมื่อคืนค่ะ​ ตัดสินใจขึ้นไปดูตอนเที่ยงคืนว่าเสียงมาจากไหน
ไปกับพี่2คน​ แต่ก็ไม่มีอะไร เหมือนเมื่อคืนก่อนนอนเสียงวิ่งหนักกว่าเดิม​ ชัดกว่าเดิม​
เสียงลูกแก้ว​ ยกโต๊ะเก้าอี้​ ของตกก็ได้ยินเหมือนเดิม​ เราจะได้ยินชัดเจนกว่าพี่คนนั้น
เพราะเรานอนพื้น​ พี่เค้านอนบนเตียง​ พี่เค้าได้ยินแค่เสียงเดินวิ่งและกระทืบเท้า​

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

วิญญานสยองวิญญานในหอพัก

วิญญานสยองวิญญานในหอพัก

วิญญานสยองสาวตายทั้งกลมในหอพัก

วิญญานสยองสาวตายทั้งกลมในหอพัก ตอนผมพบเจอกับประสบการณ์นี้ ผมอาศัยอยู่ที่หอพักย่านศาลายากับแฟนสาว
หอพักแห่งนี้เป็นหอพักที่ราคากลางๆ แหล่งรวมนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยมาอาศัยกัน
แต่แปลกหอพักแห่งนี้ไม่มีคนรู้จักหรือเพื่อนผมอยู่เลยสักคน
เราเข้าอาศัยวันแรกก็เริ่มทำความสะอาดจัดข้าวของต่างๆ พอเราทำไปสักพักก็ไปพบกับ
เหรียญสิบบาทที่วางอยู่เรียงรายใต้เตียง เรานำเหรียญเหล่านั้นออกมานับได้จำนวนทั้งสิ้น 180 บาท (ผมและแฟนนับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค เลยไม่ได้เข้าใจถึงความเชื่อตรงนี้ )
ก็เลยนำเหรียญทั้งหมดไปหยอดตู้ซักผ้าไมได้คิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งคืนหนึ่งผมฝันว่า ผมอยู่ในห้องที่ผมนอน
แต่ในห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงปลายเท้า เธอพยายามพูดแต่พูดไม่เป็นภาษา
เสียงที่เธอกล่าวออกมาเป็นประมาณนี้ “จาจาจาจ๊ะ จะ จ๊ะจา” วกวนไปมา ผมพยายามถาม
พยายามฟังแต่ก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่ออะไร เมื่อเธอพูดเสร็จ เธอลุกยืนและเดินพุ่งเข้ามา
ผ่านตัวผมไป ผมสะดุ้งตื่นผวากับสิ่งที่ฝัน จึงลืมตาขึ้นมาเพื่อปรับอารมณ์
ในตอนนั้นเวลาตีสองกว่า (ผมนอนตะแครงข้างหลังติดกำแพงห้องน้ำ หน้าหันไปทางแฟน
แฟนผมและผมหันหน้ามาชนกัน) แฟนผมนอนหันหลังให้กับตู้เสื้อผ้า ซึ่งด้านหน้าของตู้
เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาได้ทั้งห้องรวมถึงห้องน้ำด้วย

ผมนอนปรับสายตาและมองกระจกอยู่สักพักจนเห็นเงาแปลกๆขยับอยู่ตรงห้องน้ำ
เพ่งสายตาปรับภาพอยู่เวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมเห็นคือ มีมือมือหนึ่งจับขอบประตูห้องน้ำ
มือนั้นพยายามเหมือนออกแรงลากร่างตัวเองออกมา ผมไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย
ในตอนนั้นตกใจมาก็เลยลุกขึ้นวิ่งไปเปิดไฟห้องน้ำแต่ก็ไม่พบเจออะไร
แฟนผมถามว่ามีอะไรหรือเปล่า? ผมพูดไม่ได้เลยครับเพราะตัวแฟนเองนั้นกลัวผีขั้นสุด
เลยบอกไปว่าปวดท้องหนัก แล้ววันนั้นก็ผ่านไป

และคืนหนึ่งผมก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันเหมือนเดิม สิ่งที่ผมฝันก็เหมือนเดิม แล้วผมก็มองไปทางเดิม
ตู้เสื้อผ้า เวลาเดิมคือตีสองกว่า สิ่งที่กลัวที่สุดในตอนนั้นคือมันจะเหมือนเดิม เวลาผ่านไปสักพัก
ก็ยังไม่มีอะไรแปลก แต่ผ้าม่านที่เป็นริ้วๆ อยู่ตรงระเบียงนั้นขยับ พริ้วไปมาอย่างน่ากลัว
สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดมากคือ มีหน้าคนหน้าหนึ่ง ซ้อนและดันผ้าม่านออกมาเป็นรูปใบหน้า
ผมอึ้งและมองตรงนั้นไปถึงเช้าโดยที่จำไม่ได้ว่าผมรู้สึกตัวได้อย่างไร ผมก็เลยนำเรื่องราวนี้
ไปเล่ากับเพื่อน เพื่อนจึงบอกว่างั้นเอาสิ่งที่นับถือไปวางไว้ที่เตียง ผมจึงนำไม้กางเขน
ไปวางไว้ที่หัวเตียง หลังจากนั้นก็ไม่พบเจออะไรอีก บาคาร่า

เหมือนจะจบ แต่ยังเหลืออีกเหตุการณ์หนึ่ง เพื่อนที่ขอไปนอนห้องผมพบเจอมา
เพื่อนชายผมชื่อ นุ นุเป็นนักดนตรีกลางคืน ละจะมาเล่นดนตรีแถวหอพักผมจึงขอมานอน
ในวันที่นุมานอน ผมและแฟนแยกย้ายกันกลับบ้าน นุจึงต้องนอนคนเดียวที่ห้อง
ในวันนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาตีสาม นุก็โทรมาหาผม
พร้อมกับเสียงที่สั่นฟังไม่รู้เรื่องว่าจะพูดไร มันจึงบอกว่า
“เดี๋ยวเช้ากูเล่าให้ฟัง” และแล้วมันก็โทรมา นุเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนกูเล่นวิญญานเสร็จ
ประมาณเที่ยงคืนกว่า ก็กลับมาที่ห้อง อาบน้ำนอนปกติ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูกระจก
ตรงระเบียงห้อง พอไปดูก็ไม่เจออะไรกูคิดว่าเป็นนกมาทำรัง เลยกลับมานอนต่อ
สักพักได้ยินเสียงเดิมอีก พอลุกไปดูก็ไม่เจออะไร เป็นแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง
จนครั้งสุดท้ายทนไม่ไหวเลยเปิดไปดูด้านนอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในขณะที่เปิดประตูกระจกนั้น
ประตูหน้าห้องก็มีเสียงคนเคาะดังมาก กูเลยรีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นเป็น นักศึกษาหญิงใส่ชุดเต็ม
ยืนอยู่ กูก็เลยถามว่า มาให้ใครหรือเปล่าครับ ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าไม่พูดสักพักหันหลัง
วิ่งลงบันใดหนีไฟไป กูเลยจำที่บอกได้ว่ามึงไม่มีเพื่อนอยู่หอนี้ กูเลยหลอนกลับบ้านเลย”

จนถึงวันที่ผมย้ายออก เตรียมตัวเก็บข้าวของกันเรียบร้อย แต่ผมกับแฟนเราสองคน
รีดผ้าบนเตียงเลยทำให้เตียงไหม้เป็นจุดๆ ผมเลยบอกว่างั้นกลับด้านเตียงตอนที่เขามาตรวจ
จะได้ไม่โดนว่า แฟนผมตกลง จึงช่วยกันพลิกแต่พอเราพลิกขึ้นสิ่งที่เจอคือ
แผ่นยันต์นับสิบยี่สิบแผ่นวางอยู่ใต้เตียง
ผมอึ้งเหมือนกันครับ แต่พูดกับแฟนไปแค่ว่า ทุกที่ก็จะเป็นแบบนี้ความเชื่อส่วนบุคคล
เมื่อผมทำเรื่องย้ายออกเรียบร้อย ก็มีโอกาสไปถามกับผู้ดูแลที่สนิทกันว่า
ผมถามจริงเลยนะ ที่นี้มีเรื่องผีหรือเปล่า
เพราะความสนิทกันเขาจึงเล่าว่า เกือบสองปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาหญิงกินยาแทง
และตายอยู่ในห้องเอ็งเกือบอาทิตย์กว่าจะมีแจ้งว่าเจอศพ หลังจากนั้นมีหลายคน
ที่เข้ามาพักแต่ทุกคนเจอผี ไม่ถึงเดือนก็ย้ายออกกัน
เจ้าของหอเขาจึงคิดว่าเปิดห้องนี้ต่อไป เป็นผลประโยชน์ล้วนเพราะจะได้กินมัดจำสบายๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


นิยายเรื่องเล่าสยองขวัญ

เจอผีเพราะชุดครุย

เจอผีเพราะชุดครุย

เจอผีเพราะชุดครุย

เจอผีเพราะชุดครุย เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีที่แล้ว…
ลูกพี่ของเราหรืออิเจ้าของลอกอินสุดเกรียน เขาจะเข้ารับปริญญาค่ะ
ตัวเขาไปเช่าชุดครุยจากร้านๆนึงมา เช่าอย่างเดียว ไม่ใช่เช่าตัด
เพราะฉะนั้น มันอาจเป็นมือ 2 ยันมือ 10 เพราะสถาบันนี้
ไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบชุดครุยมานานแล้ว…

วันซ้อมเขาจะต้องไปซ้อมที่สถาบัน เราไปด้วยเพราะต้องการไปช่วยเขาถือของ
เหตุการณ์ก็ปกติดี ไม่มีอะไร…
ตอนเย็นๆ ยังแอบย่องหลบพี่ยามขึ้นไปดูศาลในห้องน้ำหญิงกันเลยจ้าาา 555
สรุปไม่เจออะไร แต่บรรยากาศหลอนสุดๆ จนกระทั่งขากลับ

ขากลับ พี่เขาแขวนชุดครุยไว้ตรงที่เกี่ยวตรงเบาะหลัง
ชุดครุยก็จะห้อยอยู่ด้านหลังเบาะ ของเขาพอดี (นึกภาพตามนะคะ)
ส่วนตัวเรา นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ก็นั่งไป เม้าท์กันไป
“หล่อน หยิบน้ำให้หน่อย หิวน้ำ”
เราก็หันหลัง เอี้ยวตัวจะไปหยิบขวดน้ำดื่มที่กองไว้ที่พื้น

แต่จังหวะนั้น… ก่อนที่เราจะเอื้อมมือไปหยิบ ขวดน้ำ
ชุดครุยเปล่าๆ ที่ไม่ควรจะมีอะไร เรากลับเห็นใบหน้าผู้หญิงคนนึง
อยู่ในช่องว่างระหว่างชุดครุยตรงกลางอก!!!
ใบหน้าดำคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ตาสีแดงก่ำ ปากมีเลือดเปรอะเต็มปาก
มีแต่หน้า ไม่มีตัว!! มองเราด้วยสายตาแบบจะกินเลือดกินเนื้อ!!!

เราช็อกจนพูดอะไรไม่ออก เลยรีบคว้าขวดน้ำแล้วส่งให้พี่เขาแบบหลับตา
“พี่.. ข้างหลัง เห็นอะไรไหม?” เราถามเสียงสั่น…

พี่เราชะลอรถ แล้วหันไปดู เขาก็บอกว่า “ไม่เห็นมีอะไร”
แล้วเขาก็ถามเราว่า “เราเห็นอะไร” เราก็ไม่กล้าตอบ เพราะเรากำลังช็อกอยู่
ก็เลยตอบสั้นๆแค่ว่า “เดี๋ยวถึงห้องจะเล่าให้ฟัง”

พอไปถึงห้อง เราสั่งพี่เราเลยว่า
“ห้ามเอาชุดขึ้นมาบนห้องด้วยเด็ดขาด!!! ทิ้งไว้ในรถแบบนั้นแหละ”
พี่เราก็งง แต่เขาก็ทำตามที่เราบอก แล้วเราก็เล่าๆๆ ให้เขาฟัง…
เขาไม่เชื่อเรา เขาคิดว่าเราตาฝาด
เพราะชุดครุยของเขาเป็นสีแดง บั้งที่แขนสองบั้งเป็นสีทอง
เราหันหน้าไปเร็ว ตาอาจปรับสภาพไม่ทันก็ได้ สีชุดกับบั้งเลยผสมปนเปเป็นหลายๆ สี
เราก็… ถ้าตาฝาด ทำไมเราเห็นรายละเอียดของใบหน้าผีนั้น
ชัดเหลือเกิน ชัดระดับ HD เลยนะ

วันรุ่งขึ้น (ถ้าจำไม่ผิด) พี่เราก็เข้าพระราชทานปริญญาบัตร
ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ จะมีก็แต่… พี่เรานั่งหน้าสุด
แต่ดันนั่งหลับน้ำลายยืดต่อหน้าพระพักตร์
เราก็เลยคิดว่า เราคงตาฝาดไปเองอย่างที่พี่เราว่า

แต่เรื่องมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น บาคาร่า
เนื่องจาก พี่เราทำงานแล้ว เขาเลยไม่มีเวลาไปคืน (แต่ตอนยืม ไปยืมได้นะยะ)
เขาเลยใช้ให้เราไปคืนชุดค่ะ เราก็หอบชุดไปที่ร้านนั้น
ในร้าน เป็นร้านเล็กๆ มีเค้าท์เตอร์ยาวๆ ทางด้านซ้าย
ถัดมา เป็นทางเดินแค่คนเดียวเดินผ่าน
ส่วนทางขวาจะเป็นชุดครุยสถาบันนี้แขวนอยู่เต็มไปหมด
คนในร้านมี 4-5 คน มี 2 คนที่กำลังจับชุดใส่พลาสติกใสๆ
อีกคนก็รับไปแขวน ใกล้กันก็มีคนยืนรีดชุดอยู่ ในร้านแลดูวุ่นวายมาก
หลังจากคืนชุด รับเงินมัดจำเสร็จ เราคาใจเลยถามพนักงานที่ยืนตรงเค้าท์เตอร์ว่า
“พี่คะ ชุดครุยชุดนี้ มันมีอะไรหรือเปล่าคะ” ทุกคนในร้านที่กำลังสาละวนกับสิ่งตรงนี้
หยุดสิ่งที่ทำอยู่ทันที มองหน้ากันเอง แล้วก็หน้าซีดกันหมดเลยค่ะ
“ไม่มีค่ะน้อง ไม่มีๆๆ” พี่ตรงเค้าท์เตอร์ตอบเรา… เหงื่อแตกแล้วค่ะพี่คะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://shock.mthai.com…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

เรื่องย่อละคร บุพเพสันนิวาส

เรื่องย่อ

 

เรื่องย่อ

 

เรื่องย่อ

เ รื่ อ  ง ย่ อ บุพเพสันนิวาส

อำนาจเหนือดวงจิตเป็นดังบุพเพสันนิวาส ที่นำพาดวงใจสองดวงให้มาบรรจบกัน ดุจดั่งความรักของ เกศสุรางค์ นักโบราณคดีสาวร่างอ้วนวัย 25 ปี ที่มีหน้าตาสุดแสนธรรมดา

ทว่าเธอเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี และมีความรู้ด้านโบราณคดี บาคาร่า และภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นที่รักของคนใกล้ชิด แต่ผู้ที่เกศสุรางค์อยากได้รับความรักจากเขามากที่สุดก็คือ

เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายปี แต่เพราะคิดว่าเรืองฤทธิ์คงไม่สนใจคนหน้าตาธรรมดา ๆ แถมยังอ้วนจนหน้าเกลียด เกศสุรางค์จึงต้องเก็บงำความรักที่มีต่อเขาเรื่อยมา

เพื่อรอคอยวันที่เธอจะกล้าเผยความในใจกับเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาไม่ถึง

เพราะวันหนึ่งขณะที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์เดินทางกลับจากไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถตู้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ส่งผลให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่ !

ขณะเดียวกัน ณ อีกช่วงกาลหนึ่งย้อนเวลาไป 333 ปี ใน พ.ศ. 2225 รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นเมื่อ แม่หญิงการะเกด สาวสวยแต่จิตใจร้ายกาจ

สั่งให้ ผิน กับ แย้ม สองบ่าวผู้ซื่อสัตย์ไปล่มเรือของ แม่หญิงจันทร์วาด เหตุเพราะไม่พอใจที่เห็นจันทร์วาดชม้ายชายตาให้ หมื่นสุนทรเทวา หรือ พ่อเดช คู่หมั้นของการะเกด

แล้วแผนร้ายครั้งนี้ก็ทำให้บ่าวของแม่หญิงจันทร์วาดจมน้ำตายไปหนึ่งคน แต่แม่หญิงจันทร์วาดรอดชีวิต

ออกญาโหราธิบดีไม่เชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นฝีมือของการะเกด หมื่นสุนทรเทวาจึงต้องหาทางพิสูจน์ด้วยการร่ายมนต์กฤษณะกาลี ซึ่งเป็นมนต์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ

สาปแช่งผู้ที่คิดร้ายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้มีอันเป็นไป แล้วก็เป็นไปตามคาด มนต์กฤษณะกาลีทำให้การะเกดทุรนทุรายจนสิ้นใจตาย โดยมีผินกับแย้มเท่านั้นที่เฝ้าร่างไร้ลมหายใจของการะเกดอยู่ทั้งคืน

เพราะไม่กล้าไปบอกใครว่านายของตนตายแล้ว ด้วยฤทธิ์ของมนต์กฤษณะกาลี เพราะนั่นจะทำให้ทุกคนรู้ว่านายของตนเป็นผู้วางแผนทำร้ายแม่หญิงจันทร์วาดจริง ๆ

วิญญาณของการะเกดได้ไปพบกับวิญญาณของเกศสุรางค์ การะเกดสำนึกในการกระทำเลวร้ายของตัวเอง เธอจึงอ้อนวอนขอให้เกศสุรางค์ทำดี แก้ไขความผิดที่เธอเคยทำเอาไว้แทนด้วย

ก่อนที่วิญญาณของการะเกดจะเลือนหายไป เมื่อเกศสุรางค์ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง พบว่าตัวเองมาอยู่ในร่างของแม่หญิงการะเกด การะเกดคือเกศสุรางค์ สาวร่างอ้วนที่จิตใจดีมีเมตตา

การเปลี่ยนแปลงเหมือนเป็นคนละคนของแม่หญิงการะเกด จากวาจาผรุสวาทเป็นเนืองนิตย์กลายเป็นวาจาอ่อนหวานไม่ถือตัว ซึ่งร้อยวันพันปีการะเกดตัวจริงไม่เคยกระทำ

นับวันเกศสุรางค์ในร่างของแม่หญิงการะเกด ก็เป็นความเคยชินของหมื่นสุนทรเทวาที่จะพูดคุยด้วยที่จะพาไปเที่ยวที่ต่าง ๆ ในอยุธยา ที่จะตอบคำถามมากมายหลายเรื่องที่เกศสุรางค์สรรหาขึ้นมาถาม

ความอยากรู้อยากเห็นของเกศสุรางค์ส่งผลต่อความกระตือรือร้นของหมื่นสุนทรเทวาที่จะตอบ และอธิบาย คำพูดเฉลียวฉลาดฉะฉาน ไม่มีทีท่าเอียงอาย หรือทอดสะพานอย่างที่เคยเป็น แววตาซื่อตรงที่จ้องจับ

และคอยฟังคำตอบจากเขา หมื่นสุนทรเทวาไม่รู้ตัวว่าความเกลียดชังแต่ก่อนหายไปไหนหมด ความรู้สึกที่มาแทนที่คือความสนใจไยดี อาทรห่วงหา และร้อนรุ่มยามเธอมีใครอื่นมาสนใจใกล้ชิด

ใครคนนั้นไม่ใช่คนเดียว ความหงุดหงิดจึงเป็นทวีคูณ คนแรก หมื่นเรืองราชภักดี เพื่อนสนิท ที่ดูจะสนใจแม่การะเกดเป็นพิเศษ และแม่การะเกดก็ดูจะมีไมตรีตอบ แต่หมื่นสุนทรเทวาไม่รู้สาเหตุว่าเพราะ

หมื่นเรืองราชภักดีนั้นหน้าตาเหมือนเรืองฤทธิ์ เพื่อนชายที่เกศสุรางค์หลงรักอยู่

เกศสุรางค์ยังพบว่าตนเองตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบบุคคลที่เธอรู้จักใกล้ชิดสนิทสนม ได้รับรู้รายละเอียดความเป็นไปในชีวิตคือ ท้าวทองกีบม้า หรือ แม่มะลิ หญิงสาวลูกครึ่งแขก-ญี่ปุ่น

ทั้งสองรู้จักกันเพราะฟานิก พ่อของแม่มะลิ ถูกหลวงสุรสาคร ข้าราชการชาวกรีก และฝรั่งคนสนิท ข่มขู่รังแก เกศสุรางค์เห็นจึงเข้าไปช่วยเถียง แค่ผู้หญิงอยุธยาเถียงกับฝรั่งก็เป็นเรื่องที่ผู้คนฮือฮาตกใจ

ลือกันไปทั่วแล้ว แต่ยังโต้เถียงกันเป็นภาษาฝรั่งเศส ชื่อของแม่หญิงการะเกดเป็นที่โจษขานกันทั่ว นับว่าดังเพียงชั่วข้ามคืน เกศสุรางค์พบว่าหมื่นสุนทรเทวาเนื้อหอมไม่ใช่ย่อย คนหนึ่งคือแม่หญิงจันทร์วาด

ที่เกศสุรางค์ยกให้เป็น กิ๊ก ของคุณพี่หมื่น เนื่องจากแม่หญิงจันทร์วาดรู้ว่าหมื่นสุนทรเทวานั้นเป็นคู่หมายของการะเกด แต่ยังมีทีท่าทอดสะพานอยู่เนือง ๆ ฝ่ายแม่หญิงผู้นั้นทวีความชังการะเกดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เพราะสังเกตเห็นว่าหมื่นสุนทรเทวามีสายตาผิดปกติเมื่อมองการะเกด

บุพเพสันนิวาสทำงานไปเรื่อย ๆ ความผูกพันระหว่างแม่หญิงการะเกดตัวปลอมกับขุนนางหนุ่มแห่งอยุธยาก่อตัวขึ้นทีละน้อย ๆ ทีท่านั้นต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจ แต่ปากแข็งใจแข็งไม่ยอมรับทั้งคู่

จนวันหนึ่งที่ทั้งคู่ต้องออกเรือนกัน คนที่เสียใจที่สุดคือแม่มะลิ จึงตัดสินใจรับปากจะแต่งงานกับหลวงสุรสาคร เกศสุรางค์ไปงานแต่งงานด้วย และในวันนั้นเองจึงได้รู้ว่าหลวงสุรสาคร

คือ คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ส่วนแม่มะลิคือ มารี เดอ กีมาร์ หรือ ท้าวทองกีบม้า บุคคลสำคัญสองคนในประวัติศาสตร์ไทยนั่นเอง

วันหนึ่งเกศสุรางค์ก็ไปได้ยินฟอลคอนคุยกับพวกฝรั่งเศส ว่าจะเผาตลาดแล้วโยนความผิดให้ทหารไทย แล้วในขณะนั้นฟอลคอนเกิดได้กลิ่นน้ำอบของผู้หญิงไทยเข้า

จึงรู้ว่ามีใครบางคนอยู่ในบริเวณนั้นก็เลยตามหา และไล่ยิงเกศสุรางค์ จนเธอเกือบจะถูกยิง แต่พ่อเดชมาช่วย และพาหนีไปได้ทัน พ่อเดชทั้งโกรธทั้งเป็นห่วงเกศสุรางค์มากที่ทำตัวเสี่ยงเกินไป

จนเขาโพล่งความในใจที่มีต่อหญิงสาวออกมาว่าเขารักเธอ ทำเอาเกศสุรางค์อึ้งไปเลย ใจหนึ่งเธอก็ดีใจที่ได้รับรู้ความรู้สึกของเขา แต่อีกใจเธอก็ต้องหักห้ามใจตัวเอง

เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งเธอก็จะต้องกลับไปยังโลกของเธอ และเธอเคยปฏิญาณแล้วว่าเธอจะรักเรืองฤทธิ์ผู้เดียวไปตลอดชีวิต ที่สำคัญก็คือว่าพ่อเดชเป็นคนรักของแม่หญิงการะเกด ไม่ใช่ของเธอ เกศสุรางค์

จึงทำเป็นไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำว่ารักจากพ่อเดช มิหนำซ้ำยังขอให้การแต่งงานเลื่อนออกไป นั่นสร้างความเสียใจให้กับพ่อเดชมาก เพราะเขาคิดไปว่าแม่หญิงการะเกดไม่ได้รักเขาเลย

หารู้ไม่ว่าเกศสุรางค์เองก็ต้องหักห้ามใจตนเองเหมือนกัน

วันหนึ่งเกศสุรางค์เข้าไปในห้องทำงานของออกญาโหราธิบดี แล้วเกศสุรางค์ก็เห็นพานอะไรบางอย่างอยู่บนหลังตู้จึงหยิบมาดู โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือบทสวดมนต์กฤษณะกาลี

เกศสุรางค์แตะมือลงไปวิญญาณของเธอก็กระเด็นหลุดจากร่างของแม่หญิงการะเกดทันที ! พ่อเดชกลับมาถึงเรือนพอดี จึงได้เห็นวิญญาณของเกศสุรางค์ยืนอยู่ข้าง ๆ ร่างของแม่หญิงการะเกดที่นอนไร้ลมหายใจอยู่บนพื้น

ก่อนที่วิญญาณของหญิงสาวผู้นั้นจะเลือนหายไป พ่อเดชปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมามีวิญญาณของหญิงสาวผู้อื่นอยู่ในร่างของการะเกด ส่วนทางด้านวิญญาณของเกศสุรางค์นั้นก็หลุดล่องลอย

ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย เกศสุรางค์ร้องไห้ด้วยความกลัวจับใจ และในขณะที่มิติของทั้งสองโลกบรรจบกัน วิญญาณของเธอได้กลับไปยังโลกปัจจุบัน และได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ก็รักเธอมากเสียจนขอบวชตลอดชีวิต

เกศสุรางค์ซาบซึ้งใจมาก แล้วขณะที่จ้องพระเรืองฤทธิ์อยู่นั้น เธอก็เห็นเงาสะท้อนของพ่อเดชอยู่ในร่างของเรืองฤทธิ์ เธอจึงเข้าใจแล้วว่า แท้จริงแล้วเรืองฤทธิ์ก็คือพ่อเดชมาเกิดใหม่ แล้วไม่เพียงเท่านั้น เกศสุรางค์ยังได้

พบกับแม่หญิงการะเกดที่มาในสภาพที่สวยงาม อันเป็นผลจากบุญที่เกศสุรางค์ทำให้อยู่เรื่อย ๆ การะเกดมาขอบคุณเกศสุรางค์ และมาอนุญาตให้เกศสุรางค์ใช้ร่างของเธอได้ เพราะเธอหมดบุญแล้ว ส่วนเกศสุรางค์นั้นก็ได้

หมดบุญในชาติปัจจุบันเช่นกัน แต่กลับไปเกิดใหม่ในชาติอดีตแทน เพื่อที่จะได้ไปครองรักกับเนื้อคู่ของเธอซึ่งก็คือขุนศรีวิศาลวาจา หรือพ่อเดช นั่นเอง เมื่อวิญญาณของแม่หญิงการะเกดเลือนหายไปแล้ว เกศสุรางค์ก็ได้

ยินมนต์กฤษณะกาลีอีก เธอรู้ว่าไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตในชาติปัจจุบันได้อีกแล้ว จึงกลับไปกราบลาแม่กับยาย และร้องไห้แทบจะขาดใจก่อนจะกลับเข้าไปในร่างของแม่หญิงการะเกด

 

เมื่อร่างของการะเกดฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง พ่อเดชที่ร่างกายอิดโรยมากจากการนั่งท่องมนต์มาหลายวัน ก็สวมกอดร่างของเธอเอาไว้แน่น และกระซิบบอกข้างหูของเกศสุรางค์ว่า…ไม่ว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน แต่ให้รู้เอาไว้

ว่าเธอคือแม่หญิงที่เขาจะรักตลอดไป เกศสุรางค์ดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป และเธอก็ไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะรักเขาอีกต่อไป เพราะพ่อเดชเป็นเนื้อคู่ของเธอที่บุพเพสันนิวาสดลบันดาลให้ทั้งสองได้มาพบกัน…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

นิทานอีสป เรื่อง จั๊กจั่นกับมดง่าม

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น

 เรื่อง จั๊กจั่น กับมดง่าม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…มี จั๊ ก จั่ น เจ้าสำราญตัวหนึ่งมีนิสัยเกียจคร้าน ชอบความสะดวกสบาย ตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มดง่ามพากันหาอาหารไปเก็บสะสมไว้ในรัง

แต่เจ้า จั๊ ก จั่ น มัวแต่ร้องรำทำเพลง สนุกสนานไปวันๆครั้นถึงฤดูหนาวหิมะตกหนัก บาคาร่า มดง่ามเก็บตัวอยู่กับเม็ดพืชที่มันได้หาเก็บเตรียมพร้อมไว้ ส่วน  จั๊ ก จั่ น นั้นไม่สามารถหาอาหารกินได้ อดอยู่หลายวัน

จนในที่สุด ต้องซมซานด้วยความหิวโหยมาเคาะประตูรังของมดง่ามที่เคยรู้จักกัน “ได้โปรดเถิด ข้าขาดอาหารมาตั้งหลายวัน ขออาหารให้ข้ากินประทังความหิวหน่อยได้หรือไม่

ข้าสัญญาว่าเมื่อพ้นฤดูฝนนี้ไปแล้ว ข้าสัญญาว่าจะหามาใช้คืนให้เป็นเท่าตัว” เจ้าจั๊กจั่น พยายามวิงวอน  มดง่ามถึงถามขึ้นมาว่า “แล้วในฤดูร้อนมีออาหารอุดมสมบูรณ์ ใครๆเขาพากันทำมาหากินตัวเป็นเกลียว

เจ้าไปทำอะไรมาจึงไม่หาอาหารมาเก็บใว้เล่า”

จั๊ ก จั่ น ตอบว่า “เพราะว่าข้าไม่มีเวลาน่ะสิ ข้ายุ่งอยู่กับการร้องเพลงตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เมื่อตอนที่เจ้าและเพื่อนๆขนอาหารผ่านมา ก็ได้ยินมิใช่หรือ ครั้นพอถึงฤดูฝน ก็ไม่มีอาหารเหลือให้เก็บไว้เลย”

ฝ่ายมดง่ามได้ยินดังนั้นก็หัวเราะกับตอบของ จั๊ ก จั่ น  พลางเก็บเม็ดข้าวกองพูนของตนไว้ในห้องใต้ดิน แล้วเอ่ยเย้ย จั๊ ก จั่ น ว่า “ในเมื่อฤดูร้อนเจ้าเอาแต่ร้องเพลงไปวันๆ เมื่อถึงฤดูฝนทำไมเจ้าไม่เอาเวลาไปเต้นรำด้วยหล่ะ”

กล่าวจบมดก็ปิดประตูทันที

:: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ::

“ผู้ขยันย่อมไม่ประมาท…เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต…ย่อมไม่อดอยาก”

“คนเกียจคร้านและประมาท…มักปล่อยเวลาไปกับความต้องการที่โง่เขลาของตน

จึงมักจะได้รับความลำบากยากแค้นในอนาคต“

:: พุทธภาษิต ::

อฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อบฺปมตฺโต วิธานวา

สมํ กปฺเปติ ชีวิตํ สมภตํ อนุรกฺขติ

ผู้ขยันในหน้าที่การงาน ไม่ประมาท

เข้าใจเลี้ยงชีพพอสมควร จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

ลมกับพระอาทิตย์ นิทานก่อนนอน สอนใจ พร้อมข้อคิดดี ๆ

นิทานก่อนนอน

นิทานก่อนนอน

นิทานก่อนนอน ลมกับพระอาทิตย์ เรื่องราวของการแข่งขันที่สามารถใช้สอนใจลูกน้อยได้อย่างดีทีเดียว

ในวันที่ลูกรักจะเติบใหญ่ พ่อแม่หลายคนคงอยากให้เจ้าตัวน้อยของเราโตมาเป็นคนที่มีเมตตา ไม่ว่ากับใครก็ตามที แต่จะพูดพร่ำทุกวันแบบนี้ลูกรักอาจจะไม่อยากฟังสักเท่าไร

คงต้องใช้ นิ ท า น ก่ อ น น อ น มาเป็นสื่อช่วยในการสอนสักหน่อยแล้ว อย่างนิทานอีสป บาคาร่า ลมกับพระอาทิตย์ ซึ่งฝากข้อคิดเรื่องของการแข่งขัน ความเมตตา และความอ่อนโยนได้อย่างแนบเนียน

ส่วนเนื้อเรื่องก็สนุกน่าติดตาม เรียกลูกน้อยมานั่งข้าง ๆ แล้วเล่านิทานให้เขาฟังกันเลย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว วันที่อากาศแจ่มใสท้องฟ้าปลอดโปร่ง พระอาทิตย์ออกมาส่องแสงเจิดจ้าอย่างที่เคยเป็น เจ้าลมเพื่อนเก่าได้ผ่านมาเห็นเลยหยุดแวะทักทาย

“เป็นอย่างไรบ้างพระอาทิตย์มิตรแห่งเราไม่เจอกันเสียนานสบายดีหรือไม่” เจ้าลมตะโกนทักทายสหายเก่าสุดเสียง พระอาทิตย์ก็ตอบรับอย่างดีใจด้วยไม่เจอลมตนนี้มาเนิ่นนานเหลือเกิน

ขณะนั้นเองก็มีชายหนุ่มนักเดินทางสวมเสื้อคลุมกำลังเดินเล่นเตร็ดเตร่อยู่ เจ้าลมเห็นอย่างนั้นก็นึกสนุก พูดท้าทายบางสิ่งออกมา “พระอาทิตย์สหายรัก เรามาแข่งขันวัดความแข็งแกร่งกันสักหน่อยไหม”

ลมกล่าวชักชวน “ได้สิ ๆ แข่งอะไรดีเล่า” พระอาทิตย์ตอบกลับแบบไม่คิดอะไร ด้านเจ้าลมก็ชี้ลงไปยังหนุ่มนักเดินทางคนนั้นพร้อมกล่าว “ง่ายมากเลย ทำยังไงก็ได้ให้เสื้อคลุมของพ่อหนุ่มคนนั้นหลุดออกมาจากตัว

ใครทำสำเร็จถือเป็นผู้ชนะและแข็งแกร่งที่สุด” พระอาทิตย์พยักหน้าตอบรับ ลมเห็นว่าสหายรักรับคำท้าจึงโผไปหาหนุ่มนักเดินทาง พลาง ตะโกนไล่หลัง  “ฉันขอเริ่มก่อนเลยนะ”

เจ้าลมใช้กำลังทั้งหมดรวบรวมมาเป็นพายุขนาดย่อม หวังทำให้เสื้อคลุมตัวนั้นปลิดปลิว แต่หนุ่มนักเดินทางก็ไม่หวั่นไหวแถมยังจับเสื้อเอามาคลุมไว้แน่น ลมเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งใช้แรงบีบบังคับมากขึ้นไปอีก

จนหนุ่มคนนั้นแทบไม่มีแรงก้าวเดิน “ทำไมลมในวันนี้ถึงได้มีความโหดร้ายกับฉันนักนะ” หนุ่มนักเดินทางบ่นอย่างท้อใจแล้วดึงเสื้อคลุมตัวแน่นกว่าเดิม เจ้าลมจึงรวบรวมพลังอีกครั้งพร้อมกับเป่าไปยังหนุ่มคนนั้น

ถึงขั้นเดินเซเกือบล้ม

“พอเถิดหนาลมเอ๋ย เราขอลองแข่งบ้างเถิด” พระอาทิตย์กล่าวกับลม ด้วยแรงที่ใกล้จะหมดไป ลมจึงยอมให้พระอาทิตย์มาแข่งต่อ คราวนี้อากาศแจ่มใสไร้พายุใด ๆ มาก่อกวน หนุ่มนักเดินทางเลยเดินต่อจนใกล้ถึงแนวป่า

ด้านพระอาทิตย์เองก็เริ่มแผนการอย่างแยบยล เขาค่อย ๆ เปล่งแสงให้ร้อนทีละนิด ทีละนิด จนหนุ่มคนนั้นเริ่มรู้สึกอุ่นขึ้น อุ่นขึ้น จากความอบอุ่นกลายเป็นความร้อน พอเจอแนวต้นไม้เงียบสงบ

หนุ่มนักเดินทางเลยเลือกที่จะเข้าไปนั่งพัก พร้อมถอดเสื้อคลุมตัวที่ลมท้าพระอาทิตย์วางไว้ข้างกายอย่างสบายใจ นิทานก่อนนอน

“ความอ่อนโยนของเธอเหนือกว่าพละกำลังที่ฉันมีจริง ๆ” ลมชื่นชมในสิ่งที่พระอาทิตย์ทำลงไป “ไว้มีโอกาสคราใด เราจะแวะมาหาใหม่นะพระอาทิตย์เพื่อนรัก” ทั้งคู่จึงยิ้มร่ำลากันอย่างมีความสุข

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

การใช้กำลังและความรุนแรงแข่งขันกันไม่ทำให้เราได้ในสิ่งที่ต้องการเสมอไป บางครั้งอาจจะต้องสูญเสียสิ่งเหล่านั้นเพราะการกระทำอันก้าวร้าวของเราก็เป็นได้ แต่ถ้าเปลี่ยนความรุนแรงมาเป็นความอ่อนโยนและมีเมตตา

ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมได้ผลสำเร็จตอบแทนอย่างที่หวังแน่นอน…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

4 เหตุผลโดนๆ ที่ควรหยิบนิยายรักขึ้นมาอ่านทุกวัน

นิยายรัก

นิยายรัก

 

นิยายรัก

เชื่อมั่นว่านักอ่านหลายคนคงมีนิยายรักแนวที่ชอบเป็นพิเศษอยู่ในใจแล้วใช่มั้ยล่ะ

ซึ่งนิยายที่ว่า ก็คือแนวที่พอเข้าร้านหนังสือแล้วต้องเดินตรงปรี่ไปเลือกหยิบเล่มใหม่ๆ ขึ้นมาเปิดอ่านเพื่อพิจารณาว่าจะซื้อหรือไม่ ถ้าถูกใจ ก็พร้อมที่จะนำกลับบ้านไปอ่านต่อ

ฉะนั้นโอกาสที่จะมองหานิยายแนวอื่น ก็อาจจะน้อย และสำหรับใครที่ยังไม่เคยลองอ่าน นิ ย า ย  รั ก  บาคาร่า ก็อยากให้ลองเดินไปหยิบขึ้นมาเปิดดูก่อน อย่าเพิ่งตัดสินว่ามันจะต้องชวนฝันลูกเดียว

เพราะเดี๋ยวนี้ นิ ย า ย รั ก ก็ใส่พล็อตแปลกใหม่เข้ามาได้อย่างสนุก ชวนติดตาม และลงตัวมากกว่าที่คิด ว่าแล้วเราก็ไปส่อง 4 เหตุผลโดนๆ ที่ควรหยิบ นิ ย า ย รั ก ขึ้นมาอ่านทุกวันไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

1.ช่วยทำให้โลกสดใสขึ้น

นิ ย า ย รั ก ช่วยเปิดโลกอีกมุมหนึ่งได้อย่างแท้จริง ซึ่งโลกที่ว่าคือโลกแห่งความสวยงาม แต่ความสวยงามเหล่านั้นไม่ได้เริ่มมาแต่ต้น เราจะต้องค่อยๆ ตามติดไปเรื่อยๆ

ว่าเรื่องราวในนิยายจะลงเอยอย่างสวยงามได้เช่นไร แน่นอนว่าหากเราเปิดใจให้กับนิยายแนวนี้ รับรองว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือเราจะต้องมองโลกในแง่บวกมากขึ้นอย่างแน่นอน

2.เป็นที่ปรึกษาเรื่องความรัก

ขึ้นว่า นิ ย า ย รั ก ก็ต้องมาพร้อมเรื่องราวความรักหลายรูปแบบ และแทบทุกเรื่องราวล้วนนำเสนอแง่มุมความรักที่แตกต่างกันไป เหมือนเราได้อ่านประสบการณ์ความรักของคู่ตัวอย่างอยู่ ซึ่งถ้าคู่นั้นมีปัญหาอะไรกัน

เราก็จะได้รู้แนวทางแก้ปัญหาไปในตัวด้วย สมัยนี้นิยายไม่ค่อยแต่งเกินจริงแล้วด้วย ก็น่าจะช่วยให้เรานำมาปรับใช้ในชีวิตจริงได้นะ

3.เหมาะสำหรับนักเขียนมือใหม่

สำหรับใครที่อยากเป็นนักเขียนนิยายรัก ก็ควรหมั่นอ่านนิยายแนวนี้ให้เยอะๆ เข้าไว้นะ เพราะว่ามันจะช่วยทำให้เราเข้าใจรู้เทคนิคการเล่าเรื่องมากขึ้น ที่สำคัญยังทำให้เห็นพล็อตที่หลากหลาย

ถือเป็นการป้องกันพล็อตซ้ำไปในตัว นอกจากนี้ยังช่วยให้เราใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วย เพราะนิยายที่ออกเป็นรูปเล่มแล้วจะผ่านการพิสูจน์อักษรมาเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

4.สร้างนิสัยรักการอ่าน

ขึ้นว่าหนังสือ แค่หยิบขึ้นมาอ่านก็นับว่ามีประโยชน์แล้ว แถมยังได้รับความเพลิดเพลินด้วย จริงอยู่ว่าการอ่านนิยายอาจจะต้องใช้เวลาจดจ่ออยู่นาน แต่เราก็สามารถอ่านเก็บไปเรื่อยๆ ได้

ไม่ต้องไล่อ่านให้จบภายในวันเดียว รับรองว่าพอเราเริ่มต้นอ่านนิยายทุกวันแล้ว จะทำให้สร้างนิสัยรักการอ่านไปในตัว สามารถนำไปปรับใช้กับการอ่านหนังสือเรียนก็ได้เช่นกันนะเออ

แน่นอนว่าสำหรับคนที่อ่านบทความนี้จบแล้ว ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคอนิยายรักกันอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ เพราะฉะนั้นอย่าลืมส่งเหตุผลโดนๆ ที่ควรอ่านนิยายรักไปให้คนที่อ่านนิยายแนวอื่นๆ

กันดูด้วยนะเออ เผื่อว่าเราจะมีเพื่อนๆ มาเม้าท์มอยหรือแนะนำนิยายรักเรื่องใหม่ๆ ให้ลองอ่านบ้างยังไงล่ะ ^^…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

นิทานอีสป ลาโง่กับสิงโต

อีสป

อีสป

 

อีสป

นิทานอีสป ลาโง่กับสิงโต

ลาโง่กับสิงโต นิทาน อี ส ป สอนใจที่ให้ข้อคิดแก่เด็ก ๆ ได้นำไปปรับใช้ในชีวิต อีกทั้งยังมีเนื้อหากระชับเหมาะสำหรับไว้เล่าให้ลูกฟังก่อนนอนได้อีกด้วย

หลังจากที่ลูกรักวิ่งเล่นหรือเรียนหนังสือมาจนเหนื่อย เมื่อถึงเวลาเข้านอนถือเป็นเวลาที่ดีในการอบรมสั่งสอนหรือให้ข้อคิดกับเขา แต่ถ้าพ่อแม่คนไหนพูดไม่ค่อยเก่ง

หรือกลัวว่าลูกรักจะไม่ยอมอยู่นิ่ง ถ้าอย่างนั้นลองเอานิทานอีสปก่อนนอนไปเล่าให้เขาฟังกันเลย อย่าง นิทานอีสป ลาโง่กับสิงโต ที่กระปุกดอทคอมเอามาฝากนี้แหละ ทั้งสนุกและปลูกฝังข้อคิดสอนใจ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาตามอ่านกันได้เลย บาคาร่า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสิงโตเจ้าป่าอยู่ตัวหนึ่ง มันมักจะออกล่าเหยื่อเพียงลำพัง และทุกครั้งก่อนออกล่าก็ต้องส่งเสียงร้องคำรามลั่นป่าตามสัญชาตญาณทุกครั้งไป

ในช่วงแรกก็มีสัตว์ให้สิงโตได้กินอย่างอิ่มหนำสำราญ แทบจะไม่ต้องออกแรงวิ่งตามให้เหนื่อยสักนิด แต่ช่วงหลังมานี้เหล่าสัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อทั้งหลายเริ่มรู้ว่า ก่อนออกล่าเจ้าป่าจะชอบส่งเสียงคำรามดังก้อง

แม้มองไม่เห็นตัวของมัน แต่ก็พอเดาได้ว่าเสียงนั้นมาจากทิศทางใดกันแน่

“เสียงสิงโตร้องคำรามอีกแล้ว น่าจะดังมาจากภูเขาลูกนั้นแน่เลย” เสียงกวางหนุ่มหันไปบอกเจ้าหมูป่าที่กำลังแทะผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย หมูป่าหันขวับขึ้นมาด้วยท่าทางตกใจ

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบวิ่งหลบไปอีกฝั่งแม่น้ำกันดีกว่า !” หมูป่าเอ่ยชวนเจ้ากวาง แล้วทั้งคู่ก็วิ่งออกไปพร้อมตะโกนบอกสัตว์อื่นให้หนีไปทางแม่น้ำกัน

“สิงโตมาแล้ว มันกำลังจะมาล่าเหยื่อแล้ว รีบวิ่งไปอีกฝั่งของแม่น้ำกันพวกเรา !” เสียงหมูป่าและกวางหนุ่มร้องเตือนด้วยความตื่นกลัว

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเหล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยเลยไหวตัวทัน พากันวิ่งหนีออกไปอีกทาง ทำให้สิงโตเจ้าป่าต้องตามไปสุดฝีเท้า กว่าจะได้กินเหยื่อแต่ละครั้งก็เหนื่อยจนแทบหมดแรง

“เห็นทีจะวิ่งไล่เจ้าสัตว์ป่าพวกนี้ไม่ไหวแล้วเรา คงต้องหาแผนการใหม่ซะแล้ว” สิงโตบ่นกับตัวเองขณะกินเหยื่อที่อุตส่าห์ออกล่าอย่างยากลำบาก

อยู่มาวันหนึ่ง สิงโตรู้ว่ามีลาโง่ผู้ชอบโอ้อวดอยู่อีกฟากของป่า ทำให้มันคิดแผนใหม่ได้ จึงออกเดินทางไปชวนให้เจ้าลาตัวนั้นมาเป็นเพื่อนล่าเหยื่อด้วยกัน

“เจ้าลาหนุ่มผู้ปราดเปรื่อง ตอนนี้ข้ากำลังหาเพื่อนมาล่าเหยื่อด้วยกัน เจ้าสนใจอยากมาเป็นคู่หูรู้ใจกับข้าหรือไม่” สิงโตกล่าวกับลาด้วยนัยน์ตามีเลศนัย ได้ยินอย่างนั้นเจ้าลาก็ยิ่งดีใจ

ไม่คิดว่าจะมีสิงโตผู้น่าเกรงขามมาขอเป็นเพื่อน “ท่านเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่มาชวนข้าด้วยตัวเองอย่างนี้ มีหรือที่จะปฏิเสธได้ ถ้าอย่างนั้นเราไปล่าเหยื่อด้วยกันเถิด สิงโตเพื่อนรัก”

เจ้าลาโง่กล่าวด้วยความซื่อไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสิงโตไม่ได้มองว่ามันเป็นเพื่อนสักนิด แถมยังยินยอมตามเจ้าป่าไปแบบไม่มีข้อแม้

เมื่อเวลาออกล่าเหยื่อมาถึง สิงโตใช้กลอุบายให้ลาซ่อนตัวในพุ่มไม้แล้วก็เปล่งเสียงออกมาแบบดังที่สุด “เจ้าซ่อนตัวในพุ่มไม้นี่นะลาเพื่อนรัก พอข้าเดินไปถึงฝั่งตรงข้ามเจ้าก็ร้องคำรามเสียงอันน่าเกรงขามมาได้

” สิงโตพูดพร้อมวิ่งออกไปอีกทาง

“เราจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังเลย สิงโตเพื่อนรักเอ๋ย” จากนั้นลาโง่ก็คำรามออกมาสุดกำลัง พอสัตว์อื่นได้ยินเสียงประหลาดของมันเลยตกใจ แล้วพากันวิ่งหนีไปฝั่งที่สิงโตดักเอาไว้อีกทาง

วันนั้นสิงโตเจ้าเล่ห์เลยมีเหยื่อให้กินแบบไม่ต้องออกแรงวิ่งอย่างที่เคยเป็น ส่วนเจ้าลาโง่ก็เที่ยวเล่าเรื่องที่ตนทำกับสิงโตอย่างโอ้อวดไปทุกที่ที่เดินผ่าน

โดยไม่รู้เลยว่าสัตว์อื่นต่างหัวเราะเยาะที่มันโดนเจ้าป่าหลอกใช้เอาเสียงประหลาด ๆ มาสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง “เสียงคำรามประหลาด ๆ นั่นคือเสียงของเจ้าลานี่หรอกหรือ”

กวางหนุ่มบ่นกับหมูป่า พร้อมหันมาหัวเราะเยอะในความโง่ของเจ้าลาตัวนั้นกัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :

อย่าตกเป็นเหยื่อให้คนอื่นหลอกใช้เพียงเพราะเขาคนนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือมีหน้ามีตาในสังคม เด็ก ๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนว่าสิ่งที่เขาให้

เราช่วยนั้นจะทำเราเดือดเนื้อร้อนใจภายหลังหรือไม่ แล้วมันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเราในอนาคตหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นอาจเข้ากับคติเตือนใจที่ว่า คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาดได้แบบไม่รู้ตัว

ขอบคุณแหล่งที่มา kapook.com…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

แนวของเรื่องในนิยาย

แนว

แนว

 

แนว

แนวของเรื่องก็คือประเภทของนิยายที่ถูกนำมาจัดเข้าไปในหมวดหมู่ตามType of story แนวของเรื่องในนิยายแต่ละเรื่อง

คือถ้าเรื่องไหนออกแนวจะเป็นเรื่องที่มุ่งเน้นไปในทางให้ผู้อ่านหัวเราะอย่างเดียว นิยายเรื่องนั้นก็จะถูกจัดให้เป็นนิยายตลก

ถ้าเรื่องไหนมีแต่การต่อสู้กันก็จะถูกจัดให้เป็นเรื่องในแนวบู้ เป็นต้น

นิยายก็จะคล้ายๆ กับมนุษย์ สัตว์ สิ่งของอื่นๆ ที่จะไม่ใช่แค่นิยายแล้วก็จบ บาคาร่า แต่จะมีสิ่งต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ยกตัวอย่าง

เช่น ต้นพะยูง ก็ไม่ได้เป็นแค่ไม้พะยูงแล้วก็จบ ยังมีสิ่งที่ติดตามมาก คือเป็นไม้มงคล หายาก มีราคาสูง เป็นไม้หวงห้ามพิเศษประเภท ข. ห้ามตัด ห้ามมีไว้ในครอบครอง เป็นต้น

ในเมื่อนิยายมีสิ่งต่างๆ ตามมาอย่างมากมายเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนเขียน คนอ่าน คนพิมพ์ คนออกทุน คนที่เป็นสายส่ง

เราจึงมีความจำเป็นจะต้องจัดการแยกนิยายออกไปเป็นหมู่ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ และเพื่อประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายของแต่ละคน

การจัดแบ่งประเภทของนิยายมีประโยชน์มากคือ

ถ้าเป็นคนขายก็จะง่ายต่อการจัดวางในแผงขาย ในขณะที่คนซื้อก็จะมุ่งมาที่แผงนี้เลย ในขณะที่นักลงทุนก็สามารถที่จะนำมาวิเคราะห์ดีมานซัปพลายของตลาดได้

ในขณะที่นักเขียนนิยายเองก็จะสามารถวางแผนงานเขียนของตัวเองได้ คือถ้าต้องการเขียนมาเพื่อขายก็ให้เขียนเรื่องในแนวของตลาด

แต่ถ้าเขียนเอาไว้อ่านคนเดียวก็ให้เขียนเรื่องที่ตัวเองชอบ

เนื่องจากนิยายสมัยใหม่ในประเทศของเราจะได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ ในยุคสมัยตอนปลายของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ซึ่งว่ากันว่านิยายที่มีมาในยุคแรกก็มักจะเป็นเรื่องแปลเสียเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเราจึงได้พัฒนามาเป็นเรื่องแต่งของเราเอง

ดังนั้นแนวการเขียนของนิยายบ้านเรา จึงต้องอิงอยู่ตามการจัดแบ่งของนิยายในประเทศแถบตะวันตกอยู่ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับนิยายในบ้านเราเปะๆ

เสียทีเดียว ดังนั้นถ้าเราจะจัดตามรูปแบบของประเทศเราก็ไม่น่าจะผิดกติกาแต่อย่างไร

สำหรับนักเขียนเราการรู้ว่านิยายของเราอยู่ใน (Type) แนวไหนนับว่ามีประโยชน์มาก เพราะจะทำให้เรารู้ว่าเป้าหมายผู้อ่านของเรามีมากมีน้อยแค่ไหน

เป็นเพศชายหรือเพศหญิง มีเกณณฑ์อายุเท่าไหร่ เป็นใครบ้าง มีกำลังซื้ออยู่ในระดับไหน เป็นต้น

ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะทำให้เราวางแผนในการเขียนได้อยู่ในระดับหนึ่ง เช่นถ้าเรารู้ถึงเกณฑ์อายุของลูกค้า เราก็สามารถที่จะเลือกสรรภาษาหรือสำนวนการเขียนที่เหมาะสมของแต่ละวัยได้

แต่ถ้าลูกค้าเราส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีรายได้น้อย เราก็สามารถที่จะจัดจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้แล้วเราก็ยังมีความจำเป็นที่จะรู้นิยายในแต่ละแนวว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อวางแผนในการเขียน

เช่น ถ้าเราเขียนนิยายเกี่ยวกับวิชาชีพบางแขนง ที่ตลาดยังมีอยู่ในวงแคบมาก เราจะวางแนวการเขียนเรื่องของเราอย่างไรที่จะดึงเอาเป้าหมายที่มีอยู่น้อยนิดนั้น ให้มาสนใจในงานเขียนของเราให้ได้

อนึ่งถ้าเรื่องของเรามีหลายเรื่องหลากแนวเป็นอย่างมากทั้งผี ฆาตกรรม ความรัก เราก็ต้องมาหาให้ได้ว่าเรื่องของเรามีอะไรเด่นที่สุดเราก็จัดให้เรื่องของเราเป็นประเภทนั้น

แนวการเขียนของนิยายสามารถจัดแบ่งออกได้ดังนี้

1. นิยายรัก Romance ก็แน่นอนละเป็นเรื่องราวของความรักระหว่างหญิงกับชาย เป็นความรักของแบบหนึ่งต่อหนึ่งหรืออาจจะหนึ่งหญิงสองชาย

ซึ่งก็มีสมหวังผิดหวังบ้าง เป็นนิยายที่ถูกเขียนออกมามากที่สุด มีแฟนๆ ติดตามมากที่สุด จึงมีกลุ่มเป้าหมายกว้างมาก นักเขียนนักอ่านส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง

2. อิงประวัติศาสตร์ Historicals จะเป็นนิยายที่อิงอยู่กับประวัติศาสตร์ หรือนำเรื่องราวของประวัติศาสตร์มาเขียนเป็นนิยาย

3. สืบสวน Mystery จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ของนักสืบ หรือเป็นเรื่องราวฆาตกรรมลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน

3. เขย่าขวัญ Thriller จะเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตรุนแรงสะเทือนขวัญสั่นประสาทเช่น โคตรสึนามิ ทอร์นาโดถล่มโลก เป็นต้น

4. วิทยาศาตร์ Science fiction หรือ ไซไฟ sci-fi เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการใหม่ๆ นักเขียนและนักอ่านในแนวนี้มีอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีความสนใจในเรื่องของวิทยาศาสตร์ ซึ่งยังมีอยู่ในวงแคบ

5. สยองขวัญ Horror เป็นเรื่องราวที่น่ากลัวส่วนใหญ่จะมีผีหรือสิ่งที่มองไม่เห็นเข้ามาเกี่ยวข้อง

6. ผจญภัย Action ผู้เขียนและผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเรื่องแนวนี้มักจะอ่านได้ทุกเพศทุกวัยจึงมีกลุ่มเป้าหมายอยู่มากพอสมควร

7. ลูกทุ่ง Western จะเป็นนิยายคาวบอย เป็นนิยายเฉพาะถิ่น ของไทยเรื่องที่น่าจะจัดเข้าไปได้ก็น่าจะเป็นมนต์รักลูกทุ่งหรือผู้บ่าวไทบ้าน

นอกจากนี้แล้วก็อาจจะแบ่งย่อยดัดแปลงออกไป แต่พอมองภาพรวมก็จะจัดเข้ามาอยู่ในหมวดใหญ่ๆ เหล่านี้ได้เหมือนเดิมเช่นแนวตลกก็ให้ดูว่าตลกเรื่องนั้นแนวไหนเป็นหลัก

เช่นมีผีดิบก็จัดให้เป็นตลกสยองขวัญเป็นต้น

8. แฟนตาซี  Fantasy  เป็นแนวมหัศจรรย์ เป็นเรื่องราวที่อยู่เหนือธรรมชาติและความเป็นจริง

สรุป
ในการจัดแบ่ง (Type) ประเภทของนิยายนั้นก็เน้นไปที่การวางแผนในการเขียน เพื่อให้งานเขียนประสบกับความสำเร็จ

ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นไปจากหลักของการค้าการตลาด แน่นอนอยู่แล้วประเภทของแนวเรื่องที่มีตลาดกว้างขวางมีจำนวนผู้อ่านมากก็มีผู้เขียนมากเช่นเดียวกัน

ซึ่งการต่อสู้แข่งขันกันนั้นก็จะมีอยู่สูงตามติดไปเป็นเงา จนบางครั้งเนื้อเรื่องก็จะออกมาคล้ายๆ กันจนไม่รู้จะพลิกแพลงไปทางไหน

ในขณะที่เรื่องในแนวเฉพาะทางมีผู้ติดตามอยู่จำกัด แต่นักเขียนก็มีอยู่ในวงแคบเช่นกัน ดังนั้นในการวางแผนเราจึงไม่อาจที่จะมองข้ามนิยายแนวเฉพาะกลุ่มไปได้

ไม่ว่าจะเป็นนิยาย Type แนวไหนจะเป็นเรื่องที่มีผู้ติดตามอยู่ในวงกว้าง หรือเป็นแนวเรื่องที่จำกัดอยู่ในวงแคบเฉพาะวิชาชีพ

แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยก่อนการตัดสินใจลงมือเขียน ก็ควรจะเป็นแนวที่เราชอบหรือแนวที่เราถนัดเป็นอันดับต้นๆ นะครับ

ขอบคุณแหล่งที่มา simpletitle.net…


ติดต่อเรา นิยายทั่วไป นิยายรักโรแมนติค นิยายแฟนตาซี

ประโยชน์ ของการอ่านนิยาย

ประโยชน์

ประโยชน์

 

ประโยชน์

ประโยชน์ ของคนรักการอ่านนิยาย

ประโยชน์สมัยที่เรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย อาจารย์ภาษาไทยได้เล่าให้ฟังว่า อาจารย์มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง

เพื่อนคนนี้ เวลาเข้ากลุ่มไหน วงแตกที่นั่น ด้วยความที่เค้าเป็นคนไม่รู้จักพูดนี่เอง

พูดอะไรออกมา เพื่อนๆจะทนฟังไม่ได้ บาคาร่า ด้วยความที่รักเพื่อน เลยปรึกษากันในกลุ่มว่าจะทำไงดี

ก็เลยขึงเชือกเป็นกรอบเอาไว้ กั้นไว้เป็นอาณาจักรของเค้าคนเดียว แล้วหยิบนิยายกองโตมาให้อ่าน แล้วสั่งว่า

ห้ามออกจากคอกนี้นะ (แต่คงอนุญาตให้ทำธุระจำเป็นได้นะ)

เป็นเวลา 3 วัน พอวันที่ 3 เพื่อนครบกำหนดออกมา เปลี่ยนเป็นราวคนละคนเลย พูดอะไรออกมา

คนฟังปลื้มเลย ตั้งแต่นั้นมา เพื่อนคนนั้นก็เป็นคนมีปิยวาจา อาจารย์บอกว่าเป็นผลมาจากการอ่านนิยาย

ทำให้เพื่อนที่นั่งข้างออมจุ๊บ ดีใจใหญ่ สังเกต ดู เธอจะเป็นคนที่ฉลาดพูดมาก เพื่อนๆรัก

เวลาเธอเจอข้อความดีๆจะแบ่งให้ออมจุ๊บอ่านด้วย ประโยชน์

มีข้อความหนึ่งที่ออมจุ๊บจำได้ คือ รักคือการคูณเพิ่ม การรักคนอื่นเพิ่ม มิใช่ความรักนั้นจะถูกแบ่งตัดส่วนหายไป

การรักเพิ่มก็มิใช่ว่า เราจะรักคนเก่าน้อยลง ก็ยังรักเหมือนเดิม บางทีอาจพูนเพิ่มตามกาลเวลา

พอออมจุ๊บได้อ่านนิยายมากขึ้น ก็รู้สึกว่า จะช่วยให้เราสื่อภาษาได้ดีขึ้นเพิ่มมุมมองของชีวิตในแง่ที่อ่อนโยนขึ้น

เวลาที่เราอ่านเรื่องเศร้าในยามเศร้า ก็เหมือนกับว่า ได้ช่วยระบายความรู้สึกนั้นออกไป มีใครสักคนเข้าใจความรู้สึกเช่นนี้

เป็นความสุขเงียบๆที่หามาได้โดยมิต้องรบกวนใคร  ประโยชน์…